โพลชี้ ปชช.หนุนนายกฯต้องเป็น ส.ส. ไม่เอาคนนอก-ชี้ส่วนใหญ่พร้อมเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ คู่กันไปทั้ง 2 บัตร
เมื่อวันที่ 2 เมษายน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “นายกฯ ของประชาชน” กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,378 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 1 เมษายน 2566 โดยเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อ นายกรัฐมนตรีต้องลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองด้วย พบว่า จำนวนมากที่สุดคือร้อยละ 43.0 ระบุ ผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองด้วย เพราะเป็นผู้แทนประชาชน ใกล้ชิดประชาชน รู้ปัญหาจริง ใช้อำนาจประชาชนต้องมาจากประชาชน ไม่เอานายกฯคนนอก ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ในขณะที่ร้อยละ 33.6 ระบุ ไม่ต้องเป็น ส.ส. เพราะขอเป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต มือสะอาด ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. ใครก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องสังกัดอะไรเป็นอิสระ ไม่ติดกับดัก และร้อยละ 23.4 ไม่แน่ใจ
ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อบัตรสองใบ ว่าจะเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบคู่กันไปทั้งสองใบหรือแยกกัน พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 41.9 ระบุ เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ คู่กันไปทั้งสองใบ ในขณะที่ร้อยละ 26.4 ระบุเลือกแยกกัน และร้อยละ 31.7 ไม่แน่ใจ

ที่น่าพิจารณาคือ นโยบายพรรคที่ประชาชนเชื่อว่าทำได้จริง แบ่งระหว่างกลุ่มแฟนคลับพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มแฟนคลับพรรคร่วมฝ่ายค้าน พบว่า ในกลุ่มแฟนคลับพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลร้อยละ 41.9 ระบุพรรคภูมิใจไทย รองลงมาคือร้อยละ 37.8 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 35.5 ระบุพรรครวมไทยสร้างชาติ และร้อยละ 32.2 ระบุพรรคพลังประชารัฐ ในขณะที่กลุ่มแฟนคลับพรรคร่วมฝ่ายค้านส่วนใหญ่หรือร้อยละ 47.0 ระบุพรรคเพื่อไทย และร้อยละ 41.8 ระบุ พรรคก้าวไกล และร้อยละ 35.6 ระบุอื่นๆ
สำนักวิจัยซูเปอร์โพลระบุว่า ผลการศึกษาชิ้นนี้พบว่าประชาชนจำนวนมากที่สุดต้องการเห็นว่า นายกรัฐมนตรีเป็นนายกฯของประชาชนอย่างแท้จริง ผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองด้วย นั่นเพราะนายกรัฐมนตรีต้องเป็นตัวแทนของประชาชน ใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนและบริหารความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากที่สุดตั้งใจจะเลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ชอบไปพร้อมๆ กัน โดยในกลุ่มแฟนคลับฝ่ายรัฐบาลเชื่อมั่นนโยบายพรรคภูมิใจไทยทำได้จริงมากที่สุดรองลงมาคือพรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ โดยค่าสัดส่วนไม่แตกต่างกันมากนัก เช่นกัน ในกลุ่มแฟนคลับพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเกาะกลุ่มกันในความเชื่อมั่นของประชาชนต่อนโยบายว่าจะทำได้จริง

