กกต.ไฟเขียว 49 พรรคหาเสียงตามเบอร์ที่จับได้ หลังตรวจสอบเอกสารครบถ้วน ยันไม่มีอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ เหตุกม.กำหนดให้ทำหน้าที่แค่รับแจ้งเท่านั้น
เมื่อวันที่ 4 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงาน จากอาคาร ไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรับแจ้งรายชื่อบุคคล ซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2566
เวลา 14.45 น. ที่อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าวภายหลังการรับสมัครการส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในวันแรก ว่า การรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อในวันนี้ หลังกกต.ได้ตรวจสอบเอกสารที่ 49 พรรคการเมืองที่มาก่อนเวลา 08.30 น. เอกสารครบและสามารถออกใบรับสมัครทั้ง 49 พรรคการเมือง มีคุณสมบัติครบแล้วได้หมายเลขตามลำดับที่จับสลากได้ ภาพรวมการรับสมัครค่อนข้างเรียบร้อย มีปัญหาอยู่บ้างคือสถานที่คับแคบ จุดรับสมัครน้อย โดยการรับสมัคร ขณะนี้มีพรรคการเมืองยื่นสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 53 พรรคการเมือง และรับแจ้งรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีหรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว จำนวน 16 พรรค 20 คน
นายแสวง กล่าวต่อว่า สำหรับรายชื่อผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดกกต. จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเช่นเดียวกับส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หากพบว่าผู้สมัครรายใดไม่มีคุณสมบัติจะไม่ประกาศรายชื่อ ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ หากศาลไม่คืนสิทธิให้พรรคการเมืองก็จะเหลือจำนวนผู้สมัครเท่าที่มีอยู่ ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกฎหมายกำหนดให้กกต.เป็นเพียงผู้รับแจ้งชื่อเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ
ส่วนที่มีข่าวว่าบางพรรคเอกสารการสมัครไม่ครบทำให้การสมัครล่าช้า นายแสวง ชี้แจงว่า เกิดจากการใช้เอกสารที่เป็นสำเนาที่พิมพ์มาจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่ใช่เอกสารตัวจริง แต่กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้ทำให้สาระสำคัญของการรับสมัครเสียไป หรือเอกสารไม่สมบูรณ์ จึงได้ดำเนินการรับสมัคร
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีบัตรเลือกตั้งส.ส.เขตที่ไม่มีโลโก้และชื่อของพรรคการเมือง นายแสวง กล่าวว่า ได้คุยทำความเข้าใจกับหลายพรรคการเมือง ว่ารูปแบบบัตรที่จะจัดพิมพ์สำหรับพรรคการเมือง ถอดบทเรียนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มีบัตรเสียมากก็เพราะรูปแบบบัตรเลือกตั้งมีเครื่องหมายพรรค อีกทั้งครั้งนี้กฎหมายกำหนดให้บัตรเลือกตั้ง 2 แบบมีความแตกต่างอย่างชัดเจน แบบแบ่งเขตกำหนดให้มีช่องกาเครื่องหมายและหมายเลขเท่านั้น ส่วนแบบบัญชีรายชื่อกำหนดให้มีช่องกาเครื่องหมาย สัญลักษณ์ และชื่อพรรค ดังนั้น บัตรทั้ง 2 ใบจะทำเหมือนกันไม่ได้ และสีจะต้องมีความแตกต่างกันโดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดพิมพ์และเรื่องสีถือเป็นความลับ
“กกต.พยายามอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ให้ทุกหมายเลขของผู้สมัครทั้ง 2 แบบอยู่ในหน้าเดียวกัน โดยแบบแบ่งเขตยอดผู้สมัครสูงสุด ขณะนี้ คือ 16 หมายเลข ที่กทม.ส่วนบัญชีรายชื่อแม้จะมีพรรคที่มีสิทธิส่งผู้สมัครรวม 60 พรรค ก็จะทำให้อยู่ด้านเดียวกันให้ได้ นอกจากนี้ในวันเลือกตั้ง นอกจากหน้าหน่วยจะมีการติดประกาศข้อมูลของผู้สมัครแล้ว ก็จะมีการติดป้ายไวนิลข้อมูลผู้สมัครไว้ในจุดที่ประชาชนไปใช้สิทธิในคูหาแล้วสามารถมองเห็นได้ เพื่อสามารถจดจำเบอร์ไปกาบัตรได้ถูกต้อง” นายแสวง กล่าว

