หน้าแรก การเมือง เทียบฟอร์มว่า...

เทียบฟอร์มว่าที่ ส.ส.ปัตตานี 4 พรรค เขต1 แข่งดุเดือด ศักดิ์ศรีตระกูลดัง ขับเคี่ยว

5.04.23 | 14:24 น.

เทียบฟอร์มว่าที่ ส.ส.ปัตตานี 4 พรรค เขต 1 แข่งดุเดือด ศักดิ์ศรีตระกูลดัง ขับเคี่ยว

วันที่ 5 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวติดตามสถานการณ์บรรยากาศ การหาเสียง ของผู้สมัคร ส.ส. พื้นที่ จ.ปัตตานีมีพรรคที่แข่งขันกันดุเดือด ขับเคี่ยวหวังปักธงอยู่ 4-5 พรรค ทั้ง 5 เขต มีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครทั้งหมดมากถึง 16 พรรคการเมืองด้วยกัน

ทันทีที่การสมัครรับเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย ช่วงนี้เหล่าบรรดารถแห่ของแต่ละพรรค ต่างวิ่ง แห่กันทั่วเมือง ป้ายแนะนำตัวผู้สมัครต่างติดหมายเลขเบอร์ของที่ตนเองได้ ในจังหวัดปัตตานี เรียกได้ว่าสู้กันดุเดือดแทบจะทุกเขต ประเมินจากกองเชียรที่มาร่วมให้กำลังใจผู้สมัครที่ ล้นหลามพอๆ กัน โดยเฉพาะพรรคหลักๆ เช่น พรรคภูมิใจไทย ที่แห่ขบวนมาเป็นพรรคแรก พรรคประชาชาติ ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคอื่นๆ

มาดูเปรียบเทียบกันที่เขต 1 อ.เมืองปัตตานี เขตนี้เดิมเป็นของนายอันวาร์ สาและ จากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ครั้งนี้ นายอันวาร์ ได้เปลี่ยนย้ายไปลงที่เขต 5 สวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ผู้สมัครที่เหลือจึงมีโอกาสมากพอๆ กัน

Advertisement

ตัวเต็งแรก คือพรรคประชาชาติ ส่ง ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู หมายเลข 5 อดีต ส.ว. และยังเป็นรอง หน.พรรคประชาชาติด้วย ซึ่ง ดร.วรวิทย์ เป็นที่ยอมรับนับหน้าถือตาของนักวิชาการ มีลูกศิทย์ลูกหามากมายจาก 2 รั้วมหาวิทยาลัย คือทั้ง มอ.ปัตตานี และ ม.ฟาตอนี บวกกับกระแสพรรคประชาชาติที่ปลุกกระแสพรรคการเมืองของคนในพื้นที่ 3 จังหวัดที่เดินสายหาเสียงสร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง ทั้งในวงงานวิชาการท้องถิ่น งานประเพณี งานวัฒนธรรม แต่มีจุดด้อยอยู่บ้างกับภาพลักษณ์ “คนเก่า” คะแนนของพลังเยาวชนที่ต้องการคนรุ่นใหม่มาแทนที่ก็ต้องติดตามกันดูว่าจะได้รับความไว้วางใจหรือไม่

เต็งที่ 2 ตามมาติดๆ กับพรรคภูมิใจไทย ส่ง แพทย์หญิงเพชรดาว โต้ะมีนา ตระกูลนักการเมืองดัง ที่รอบนี้เปลี่ยนจากปารตี้ลิสต์มาลงเขต กับหมายเลข 4

เพชรดาวหรือ “หมอจอย” เริ่มเร่งลงพื้นที่หาเสียงมาหลายเดือนแล้ว หลายครั้งที่นำคุณพ่อ เด่น โต๊ะมีนา ไปช่วยลูกสาวหาเสียงด้วย มีเครือญาติมากมาย บวกกับสายสัมพันธ์การเมืองที่ยาวนาน กว่า 70 ปี

จุดเด่นอยู่ที่ด้านโชว์ผลงานการแก้ปัญหาช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา กับการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุข ฐานเสียงกับความน่าเชื่อถือการทำงานการเมืองมานานตั้งแต่ ท่าน “ฮัจยีสุหลง” กับ ท่านเด่น โต้ะมีนา บวกกับเสียงพลังผู้หญิง เสียงจากเหล่าบรรดา อสม.ที่ได้เงินเดือน แต่เธอยังต้องสู้ฟันฝ่ากับการถูกโจมตีเรื่องไม่เอากัญชาเสรี กับฐานเสียงพื้นที่บางกลุ่มที่ไม่ยอมรับผู้หญิง เป็นผู้นำการเมือง ต้องลุ้นกันว่าจะผ่านจุดนี้ได้หรือไม่

แต่ที่น่าสนใจและประมาทไม่ได้ ก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ แชมป์เก่า หลังจากจบศึกกับนายอันวาร์ สาและ ครั้งนี้ส่ง นายสนิท นาแว หมายเลข 8 อดีตนายก อบต.ราตาปันยัง ครั้งที่แล้วเมื่อปี’62 ได้มาเป็นอันดับ 3 ด้วยการที่อยู่ในพื้นที่ตลอดทำงานการเมืองท้องถิ่นมานานมีผู้สนับสนุนมากพอสมควร

บวกกับในเขตอำเภอเมืองปัตตานี มีแฟนประชาธิปัตย์อยู่หนาแน่นในเขตเสียงของคนจีน และนักธุรกิจท้องถิ่น ถือว่ามีลุ้นอยู่มากพอสมควร บวกกับที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ยังถือว่าครองพื้นที่มายาวนาน หัวหน้าพรรคยังลงพื้นที่ต่อเนื่อง อีกทั้งนายสนิท มีฐานเสียงกับนายก อบต.หลายตำบล มีเครือญาติที่ใหญ่พอสมควร เดินสายหาเสียงต่อเนื่อง มั่นใจว่าครั้งนี้ประชาธิปัตย์จะกลับมารักษาแชมป์ไว้ได้

อีกคนหนึ่งที่ตามมาคือพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ตัวนายอรุณ เบ็ญจลักษณ์ อดีตรองนายก อบจ. หมายเลข 6 หลังจากผิดหวังกับไพรมารีโหวตพรรคประชาชาติ จึงลาออกมาเป็นผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ มีแรงเสียงอยู่หนาแน่นเพราะมีผู้สนับสนุนหลายฝ่ายทั้งกลุ่มที่สนับสนุนคนรุ่นใหม่จากทางพรรคประชาชาติบางส่วน กับตนเองเป็นน้องชายนายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ตระกูลการเมืองดังอีกราย มีฐานเสียงพลังคนรุ่นใหม่ รวมทั้งมีฐานเสียงเดิมจากสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่สำคัญมีนายก อบจ.ปัตตานี เป็นคนผลักดันหลักอีกด้วย จึงถือว่ามีลุ้น

ส่วนพรรคอื่นๆ ตามมามี พรรคเพื่อไทย ส่งนายอภิศักดิ์ หะยีมะ สมัยที่แล้วได้อันดับที่ 4, พรรคไทยสร้างไทยส่ง ดร.ชลิต ศรีสมาน หมายเลข 9 นักธุรกิจนักวิชาการรุ่นใหม่, พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งนายไฟซอล อิสเฮาะ หมายเลข 7 อดีต สจ.นักการเมืองท้องถิ่นอีกราย, พรรคเป็นธรรม ส่งนายมุรตาซีดีน วาบา คนรุ่นใหม่ เอ็นจีโอในพื้นที่ ได้หมายเลข 3 พรรคนี้เดินหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน โดยเน้น เจาะพื้นที่ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ