‘พีมูฟ’ บุก พท. ยื่นเสนอนโยบาย 5 ด้าน ‘ชลน่าน’ รับลูก บอกบรรจุเป็นนโยบายกรอบใหญ่ไว้แล้ว
เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 5 เมษายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ (P-MOVE) เดินทางมายื่นหนังสือเสนอนโยบายต่อพรรคการเมือง 5 ด้าน ได้แก่
- 1.ที่ดินและที่อยู่อาศัย
- 2.เสรีภาพ กระบวนการยุติธรรม
- 3.สิทธิ สถานะ และชาติพันธุ์
- 4.รัฐสวัสดิการ และการกระจายอำนาจ
- 5.โครงการพัฒนาของรัฐ และสาธารณูปโภค เพื่อให้พรรค พท.นำไปพิจารณากำหนดเป็นนโยบายพรรค
โดยในช่วงเช้าได้มีการไปยื่นหนังสือต่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มาก่อนหน้านี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมาถึงพรรค พท. ทางกลุ่มพีมูฟได้มีการโบกธงสัญลักษณ์ พร้อมชูป้ายข้อความ อาทิ ที่ดิน, เสรีภาพ, ประชาธิปไตย, ความเป็นธรรม, ฮาบ่อเลือกพรรคคิง ถ้าคิงบ่อเอานโยบายฮา รวมถึงป้ายข้อความที่ระบุข้อเรียกร้อง และนโยบายที่ต้องการเสนอต่อพรรคการเมือง
ต่อมา เวลา 13.35 น. แกนนำพรรค พท. นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เป็นตัวแทนรับยื่นหนังสือ ก่อนจะกล่าวว่า ในนามของพรรค พท. ตนในฐานะหัวหน้าพรรคต้องขอขอบคุณพีมูฟที่ได้เดินทางมาพรรค พท. สำหรับข้อเสนอทั้ง 5 ด้านที่เสนอมานั้น เรื่องเหล่านี้โดยส่วนใหญ่ถูกบรรจุเป็นนโยบายภาพกว้าง เนื่องจากเราได้เขียนเป็นกรอบใหญ่เอาไว้ เช่น เรื่องสิทธิที่ทำกิน
แม้เราไม่ได้เขียนไว้ว่าจะไปจัดเป็นโฉนดชุมชนหรืออะไร แต่เราจะเข้าไปดูแลเรื่องสิทธิของพี่น้องประชาชนในเรื่องของที่ดินที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ที่เราพึงมีพึงได้ และเราจะเร่งพิสูจน์สิทธิ เร่งดูแลให้สำหรับส่วนไหนที่สามารถออกเป็นโฉนดต่างๆ ได้ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกัน โดยเราต้องเข้าไปดูในพื้นที่นั้นๆ ก่อนที่จะมีการพิสูจน์สิทธิ
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องกระบวนการยุติธรรม เราก็ให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นตัวบทกฎหมาย กระบวนการ การบังคับ ซึ่งต้องยอมรับว่าในสมัยนี้การบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกินไม่ว่าจะเป็นมาตราใดก็ตาม โดยเฉพาะมาตราที่ละเมิดสิทธิของเราที่ไม่ควรจะเป็นและแต่ก่อนไม่มี
ซึ่งในส่วนของการบังคับใช้อะไรที่สามารถแก้ไขได้หากเราเป็นรัฐบาลเราจะแก้ไขทันที แต่หากเป็นเรื่องของตัวบทกฎหมายไหนที่ต้องผ่านกลไกของรัฐสภา เราก็ต้องใช้กลไกนั้น ส่วนกฎหมายไหนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเยอะ เราต้องหาเวทีที่จะต้องมาหาข้อสรุปรวมแล้วเอาตรงนั้นเข้าสู่สภา
นพ.ชลน่านกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการยอมรับสิทธิความเป็นชาติพันธุ์ เราก็ให้ความสำคัญอยู่แล้ว เพราะถือว่าคนที่เป็นมนุษย์ต้องเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีได้รับการยอมรับโดยตัวบทรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ แต่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับการยอมรับ เราก็ต้องไปดูตรงนั้นก่อนว่าจะทำอย่างไรให้เขาเป็นคนไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเรื่องรัฐสวัสดิการ เราก็เห็นด้วย
เช่น การที่เราออกนโยบายเรื่องกระเป๋าตังค์ดิจิทัลนั้น เพราะเราเชื่อว่าคนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ รวมถึงสร้างรายได้ให้รัฐภายใน 1 ปีได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ เรื่องการกระจายอำนาจเราก็ส่งเสริม ถือเป็นหนึ่งในนโยบาย เป้าหมายสุดท้ายคือเราต้องการสร้างการเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ เรามองเอาไว้ว่าหากจังหวัดใดที่มีความพร้อมสามารถปกครองตัวเองได้ ก็ให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
ทั้งนี้ นพ.ชลน่านได้หันไปอ่านป้ายด้านหลังที่ระบุว่า “ฮาบ่อเลือกพรรคคิง ถ้าคิงบ่อเอานโยบายฮา” พร้อมยิ้ม


