‘ณัฐพงษ์’ ผู้สมัครส.ส.สมุทรสาคร ก้าวไกล เชื่อคนอยากเปลี่ยน พากระแสพรรคแรง ดันคนหน้าใหม่เข้าสภาฯ หวังลุยต่อพ.ร.ก.ประมงฯ คืนความเป็นธรรมให้ชาวประมง
วันที่ 5 เมษายน นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 1 พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียง ว่า ปีนี้เขต 1 เขตอำเภอเมืองแข่งขันกันค่อนข้างมาก บุคคลที่เรียกว่าบ้านใหญ่ ไม่ได้ลงแข่งในระบบเขต แต่ก็มีนักการเมืองท้องถิ่นหลายคนที่มาลงแข่งกันในเขตนี้ ทั้งที่เคยเป็น นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) หรืออดีตกำนัน แต่ตนคิดว่าตอนนี้ประชาชนตัดสินใจผู้สมัครจากพรรคที่สังกัดด้วย ไม่ใช่แค่เลือกจากบุคคลเท่านั้น
จึงเป็นโจทย์ที่ทางตนและทีมงานต้องทำให้พี่น้องประชาชนเห็นด้วยว่า แม้ตนจะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ไม่ได้มีชื่อเสียงในจังหวัด แต่อยู่กับพรรคก.ก. เป็นคนมีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่เป็นงูเห่าแน่นอน และตั้งใจเข้ามาทำงาน มาเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องประชาชนคนสมุทรสาคร และเหนือสิ่งอื่นใด ตนต้องทำให้เห็นว่า ทั้ง จำนวน ส.ส. เขต และจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคก.ก. มีความสำคัญ ในการกำหนดหน้าตาของรัฐบาลหน้าด้วย
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ในจ.สมุทรสาครเป็นพื้นที่ของพรรคการเมืองใหญ่ จากตระกูลการเมืองมาโดยตลอด แต่การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ และกระแสของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อปี 2562 ทำให้เราได้ ส.ส. มา 2 ที่นั่ง จาก 3 ที่นั่ง พอเปลี่ยนระบบเลือกตั้งมาเป็นแบบคู่ขนานเหมือนปี 2540 จึงเดายากว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่การทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของพรรคก.ก. ทั้งกล้าพูด กล้าตรวจสอบ กล้ายกประเด็นในสิ่งที่พรรคอื่นไม่ทำ หรือยังไม่คิดที่จะทำ
ก็เป็นผลงานเชิงประจักษ์ที่ทำให้พี่น้องประชาชนเห็น อีกทั้งภูมิทัศน์ทางการเมืองก็เปลี่ยนไป คนอยากเปลี่ยนขั้วรัฐบาล นี่จึงเป็นโอกาส รวมถึงการที่พื้นที่จ.สมุทรสาครเป็นเขตติดต่อกับกทม. โพลความนิยมในกทม. ก็อาจจะพอบอกและให้ภาพการเมืองในพื้นที่สมุทรสาครได้บ้างว่าประชาชนคิดอ่านกันอย่างไร
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนจะผลักดันเรื่องประมงให้สำเร็จ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้พี่น้องประมง ที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบมาตลอด 8 ปี จากเรือประมงที่เป็นทรัพย์สิน กลายเป็นหนี้สิน สมุทรสาครเป็นเมืองประมง แต่ตอนนี้ประมงกำลังล่มสลาย เศรษฐกิจของสมุทรสาครเลยซบเซาได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน ตนจะพยายามติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
หลังเลือกตั้งต้องผลักดันให้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ประมง พ.ศ.2558 ได้รับการแก้ไขให้สำเร็จ ทางพรรคก.ก. มีร่างแก้ไขฉบับของ นายวรภพ วิริยะโรจน์ ที่สามารถนำไปผลักดันต่อได้ทันที โดยแก้ไขเรื่องโทษ เรื่องคณะกรรมการประมงจังหวัด ที่จะเข้าไปเพิ่มสัดส่วนชาวประมงมากขึ้น แล้วให้อำนาจในการกำหนดกติกาในพื้นที่ และเครื่องมือ เป็นต้น โดยจะเสนอให้ นายก อบจ. ที่มาจากการเลือกตั้งนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานด้วย

