เมื่อวันที่ 6 เมษายน สืบเนื่องกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุถึงการที่พรรคการเมืองต่างๆ สามารถรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมาก (อ่านข่าว ‘สมชัย’ ชง 3 ขั้น สูตรตั้งรัฐบาล แบบไม่ต้องง้อ ส.ว. มั่นใจปิดจ๊อบได้เกิน 300 เสียง)
นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายสมชัย ที่พรรคการเมืองต่างๆ จะต้องรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมาก ตาม 3 สูตรข้างต้น เพื่อป้องกันอำนาจนอกระบบ หรือการให้ ส.ว. มากดดันพรรคร่วมฯ ออกเสียงเลือกนายกฯ ตามสูตรการเลือกตั้ง 2562 เพื่อเอื้อให้พรรคที่สืบทอดอำนาจ คสช.
ครั้งก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อรองพรรคร่วมรัฐบาลโดยใช้ ส.ว.เป็นฐานต่อรองอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี หวังว่า รัฐบาลหน้า นายกฯ จะมาจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เสียงสนับสนุนของ ส.ว. อีก และถ้าการเมืองไทยจะก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น พรรคการเมืองต่างก็ควรทำบัญชีแคนดิเดตนายกฯ จากส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้นายกฯ มาจาก ส.ส.อย่างแท้จริงเพื่อรับผิดชอบต่อประชาชน ไม่ใช่มาจากพรรคการเมืองทางอ้อมตามที่รัฐธรรมนูญ 60 ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์พยายามออกแบบซ่อนรูปไว้เป็นนายกฯ ทางอ้อม เพื่อล้มล้างเจตนารมณ์เหตุการณ์เดือนพฤษภา 35
โดยหัวหน้าพรรคที่ควรมีโอกาสเป็นนายกฯ คือ เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 ของพรรค ซึ่งจะตรงตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 40 ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกุล คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หรือ นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค โดยคนที่ไม่กล้าลง ส.ส. ไม่ควรเป็นนายกฯ
“ความจริงผมคัดค้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สวรรณ เป็นนายกฯ ไม่ใช่ในนามความเกลียดชังหรือเรื่องส่วนตัว แต่ในเชิงหลักการไม่ควรเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้รัฐประหารและสืบทอดอำนาจ คสช. โดยตรง การพยายามเข้าไปรักษาอำนาจก็เพื่อจะไม่ให้ออกกฎหมายเอาผิดคณะรัฐประหารย้อนหลังเมื่อลงจากหลังเสือเท่านั้นเอง
แผนการของพรรคพลังประชารัฐ คือผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แต่ถ้าคะแนนน้อยกว่าระหว่าง พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ คงจะมีการเจรจาว่าจะถอยให้กัน ขณะนี้จึงขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง แผนการของพล.อ.ประวิตร คือการเจรจาก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยเป็นรัฐบาลพรรคร่วมระหว่าง พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย โดยใช้อำนาจ ส.ว.ต่อรองบางส่วน ซึ่งเป็นเหตุว่าทำไมพรรคเพื่อไทยไม่ส่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ลง ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 1″ นายเมธากล่าว

