‘ชูศักดิ์’ชำแหละ กม.พรรค ซัดเขียน กม.เปิดช่องตีความ

12.12.16 | 10:37 น.
ชูศักดิ์ ศิรินิล (แฟ้มภาพ)

‘ชูศักดิ์’ชำแหละ กม.พรรค ซัดเขียน กม.เปิดช่องตีความ


นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองว่า 1.รัฐธรรมนูญทุกฉบับกำหนดให้การจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นเสรีภาพของประชาชน โดยพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 การจัดตั้งพรรคการเมืองใช้บุคคลเพียง 15 คน สามารถเข้าชื่อกันขอจดทะเบียนพรรคการเมืองได้ แต่ร่างกฎหมายพรรคการเมืองฉบับนี้กำหนดจำนวนคนที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองถึง 500 คน จึงน่าคิดว่าประชาชนมีเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแน่หรือ

2.กฎหมายพรรคการเมืองฉบับนี้กำหนดให้พรรคการเมืองจัดทำอุดมการณ์ของพรรคการเมืองเสนอต่อนายทะเบียน พร้อมกันกับการจัดทำนโยบายและข้อบังคับพรรค จะเป็นปัญหาในการตีความอุดมการณ์ของพรรคการเมืองของนายทะเบียนพรรคการเมือง 3.ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติกำหนดว่าให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใน 150 วันนับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ซึ่งรวมถึงกฎหมายพรรคการเมืองฉบับนี้ด้วย แต่ตามบทเฉพาะกาล กำหนดให้พรรคการเมืองจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้ครบถ้วนตามกฎหมายนี้ภายใน 150 วันนับแต่กฎหมายนี้มีผลใช้บังคับ หากทำไม่เสร็จจะส่งผู้สมัครมิได้ จึงน่าสงสัยว่าระยะเวลาการเลือกตั้งกับระยะเวลาที่เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่บัญญัติไว้สอดคล้องกันหรือไม่

นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า 4.การกำหนดให้เรียกเก็บค่าสมาชิกพรรคมีทั้งข้อดีข้อเสีย อาจทำให้ดูเป็นเจ้าของ มีส่วนร่วมในพรรคแต่อาจทำให้จัดตั้งพรรคการเมืองยากขึ้น 5.ร่างกฎหมายฉบับนี้มีบทบัญญัติและเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการยุบพรรคและการตัดสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารไว้หลายกรณี เช่น การไม่ดำเนินการเอากับผู้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง โดยกล่าวไว้กว้างๆ ว่ามีการกระทำที่อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม เป็นถ้อยคำที่มีข้อเท็จจริงได้มากมายหลายกรณี การเขียนบทบัญญัติทำนองนี้อาจก่อให้เกิดการตีความตามอำเภอใจ จึงควรมีบทบัญญัติที่ชัดเจนแน่นอน

Advertisement

6.การกำหนดให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมบางประเภทเป็นอย่างน้อย เช่น เสริมสร้างให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้ให้ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองได้ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น ความจริงสิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่พรรคการเมือง บางปีอาจเน้นหนักเรื่องนั้นเรื่องนี้ การกำหนดโทษถึงขั้นยุบพรรคตัดสิทธิกรรมการบริหาร ดูจะไม่สมเหตุสมผล และเกินกว่าเหตุ