‘สุดารัตน์’ บินตรง ‘ลาว’ ถกแก้ฝุ่น PM2.5 ชงตั้ง กก. 2 ชาติ ยกระดับร่วมมืออาเซียน-โลก เป้า 3 ปี ยุติควันพิษ

7.04.23 | 18:06 น.

‘สุดารัตน์’ บินตรง ‘ลาว’ ถกแก้ฝุ่น PM2.5 ชงตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ชาติ ยกระดับสร้างความร่วมมือในอาเซียนและระดับโลก ตั้งเป้าภายใน 3 ปี ยุติหมอกควันพิษ

เมื่อวันที่ 7 เมษายน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุพันธ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ เพชร พรมพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว ที่กระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และได้หารือถึงปัญหาหมอกควัน ฝุ่น PM2.5 ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักกับประชาชนใน สปป.ลาว และไทย

คุณหญิงสุดารัตน์เปิดเผยว่า ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว ให้เวลามาพูดคุยเพราะทั้งไทยและลาวต่างเจอปัญหาหมอกควัน และฝุ่น PM2.5 จากการเผาพืชไร่ เผาป่า ทำให้เกิดหมอกควันพิษ ข้ามไปมา 2 ประเทศ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนย่ำแย่ ซึ่งทาง สปป.ลาวเห็นปัญหาตรงกันว่าเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข ร่วมกัน

“ทางพรรคไทยสร้างไทยเราก็เสนอว่า ถ้าเราได้ทำงานเป็นรัฐบาล ต้องมาตกลงในลักษณะการสร้างความร่วมมือ เป็นคณะทำงานร่วม JC ลดการเผาป่า ซึ่งเรามองใน 2-3 เรื่องที่ตรงกัน เช่นสนับสนุนเกษตรกรปรับเปลี่ยนใช้เครื่องมือไถกลบแทนการเผา ซึ่งจะสร้างรายได้จากการใช้เศษการเพาะปลูกมาขายเป็น Bio plastic ส่วนพื้นที่เชิงเขาลาดชัน ต้องแก้ไขเรื่องสิทธิที่ดิน ต้องทำทันที โดยจะเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชไร่บนแนวเชิงเขาให้ปลูกพืชยืนต้น ซึ่งจะเสนอให้รายได้ กับเกษตรกรต่อไร่ 2,000 บาท ต่อปี ต่อไร่ ส่งเสริมให้เปลี่ยนพืชไร่เป็นไม้ยืนต้น ทางรัฐมนตรีกสิกรรมฯก็เห็นด้วยที่ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะการปลูกไม้ยืนต้นทำให้ได้คาร์บอนเครดิตด้วย” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

ส่วนหนึ่งในการพูดคุยกับรัฐมนตรีกสิกรรมและป่าไม้ของ สปป.ลาวยอมรับว่า ปีนี้ปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ของลาวรุนแรงมากกว่าทุกปี ปัญหาเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการบุกรุกพื้นที่กสิกรรม การทำมาหากินในเขตป่า และการเผาป่า ซึ่งทางรัฐบาลได้ระดมกำลังในการดับไฟป่า อย่างเร่งด่วน และในระยะยาวจะต้องปกป้องรักษาป่าไม้โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม

Advertisement

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวย้ำว่า ในระยะสั้นทั้งสองประเทศต้องช่วยกันดับไฟป่า ซึ่งในไทยจะต้องระดมกำลังอาสาสมัครไปดับไฟป่าทุกปี จะต้องช่วยสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือและเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ไม่ให้ประชาชนต่อสู้อย่างโดดเดียว โดยทั้งไทยและลาวสามารถสร้างความร่วมมือสนับสนุนเรื่องนี้ต่อกันได้

“การแก้ปัญหานี้ต้องมีคณะกรรมการร่วมและต้องทำเป็นวาระแห่งชาติให้เป็นวาระแห่งภูมิภาค และวาระระดับโลก ถ้าพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาล จะแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ด้วยการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางในการเพิ่มรายได้ด้วยการปลูกไม้ที่สามารถนำไปขายสร้างรายได้ ลดการเผาป่าทำไร่ และที่สำคัญคือการสนับสนุนกู้ ในการจัดการเครื่องจักรเพื่อทำเกษตรกรรม โดยรัฐเข้ามาช่วยเหลือ”

คุณหญิงสุดารัตน์เปิดเผยด้วยว่า รัฐต้องมีมาตรการในการสนับสนุนให้ประชาชนมีเครื่องมือที่ลดการเผาป่า ซึ่งอาจช่วยให้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เป็นเงินกู้ระยะยาวให้ประชาชน และต้องประสานความร่วมมือไปยังไทย ลาว และเมียนมา และยกระดับไปสู่เวทีอาเซียน รวมถึงาระดับโลกในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนไปพร้อมกันด้วย