‘โรม’ ชี้ ทางการไทยส่งตัว 3 ชาวเมียนมาฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารกลับประเทศ ยิ่งทำสถานการณ์เลวร้าย สะท้อนสัมพันธ์สองรัฐบาลเผด็จการแนบแน่น
เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แสดงความเห็นต่อกรณีทางการไทยส่งตัวฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมาที่เข้ามารักษาอาการป่วยในประเทศไทย กลับไปให้รัฐบาลเมียนมา และมีข่าวว่าผู้ที่ถูกส่งกลับหนึ่งรายถูกสังหารแล้ว ว่า
การส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาทั้งสามคนที่เข้ามารักษาตัวในไทยกลับไปให้รัฐบาลเมียนมา สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความแนบแน่นของรัฐบาลเผด็จการไทยกับเผด็จการเมียนมาที่มีมาอย่างยาวนาน และเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ในเมียนมายากจะคลี่คลาย ทำให้สถานะของรัฐบาลไทยตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการเป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญของรัฐบาลทหาร มิน อ่อง หล่าย
ความสัมพันธ์เช่นนี้ กำลังทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง การส่งตัวทั้งสามคนกลับไปทำให้เป็นที่ชัดเจนว่าประเทศไทยไม่เคารพในเรื่องสิทธิมนุษยชน ทั้งที่รู้ว่าการส่งตัวกลับอาจทำให้ทั้งสามคนถึงแก่ชีวิตได้ ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในด้านสิทธิมนุษยชนต่อเวทีต่างประเทศเลวร้ายลง เป็นเครื่องสะท้อนที่ชัดเจนว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เคยสนใจเรื่องสิทธิมนุษยชน
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สายสัมพันธ์แบบนี้ยังส่งผลกระทบถึงสถานการณ์ภายในประเทศไทยเอง โดยเฉพาะในกรณีปัญหายาเสพติด ที่ทุกคนรู้กันจากข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ว่ายาเสพติดจำนวนมากข้ามมาจากฝั่งเมียนมา กรณีของ ส.ว. ทรงเอ เป็นหนึ่งในรูปธรรมถึงความแนบแน่นที่ชัดเจน คือความสัมพันธ์ระหว่างคนสนิทของ มิน อ่อง หล่าย อย่าง ทุน มิน ลัต กับ ส.ว. ทรงเอ ที่ถูกเลือกมาโดย พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังนำอาคารสำนักงานของตัวเองมาให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เป็นสำนักงานพรรคการเมือง
สังคมจึงย่อมตั้งคำถามได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองเผด็จการอำนาจมืดนี้ ได้ต่อยอดกลายเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับขบวนการค้ายาเสพติด ให้ทำธุรกิจค้ายาและฟอกเงินในประเทศไทยได้อย่างง่ายดายหรือไม่ และเงินที่ได้จากการค้ายาเหล่านี้เอง ก็ถูกส่งกลับไปที่เมียนมา เปลี่ยนเป็นอาวุธของกองทัพเผด็จการ นำไปใช้ห้ำหั่นประชาชนในประเทศเมียนมาต่อไป กลายเป็นวิกฤตสิทธิมนุษยชนไม่จบสิ้น
ความสัมพันธ์ระหว่างเผด็จการสองประเทศนี้ จึงมีส่วนอย่างมากในการทำลายทั้งประเทศไทยและทำลายประเทศเมียนมาเอง จึงเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดอย่างมาก ที่ประเทศไทยของเรามาไกลถึงขนาดนี้
“หน้าที่ของเราควรจะเป็นการแก้ปัญหาเมียนมา แต่ทำไมกลับกลายเป็นว่าเรามีส่วนสำคัญทำให้ให้วิกฤติการณ์ของเมียนมาเลวร้ายมากขึ้น ที่ชอบพูดกันว่าเราต้องสร้างสัมพันธ์อันดีเพื่อสร้างพื้นที่ในการพูดคุยแก้ปัญหาวิกฤติเมียนมา สุดท้ายขอตั้งคำถามว่ามันเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้นหรือไม่ ความจริงแล้วรัฐบาลไทยใช้ความสัมพันธ์ของสองประเทศในการทำธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่การทำลายล้างชีวิตมนุษย์ด้วยกันในทั้งสองประเทศหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว

