หน้าแรก การเมือง คณินถาม กรธ.ต...

คณินถาม กรธ.ตกลงคิดจะสร้างพรรคการเมือง หรือคิดจะทำลายไม่ได้ผุดได้เกิดกันแน่

12.12.16 | 14:40 น.

“คณิน” ถาม กรธ.ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง ตกลงคิดจะสร้างพรรคการเมือง หรือทำลายไม่ให้ได้ผุดได้เกิดกันแน่


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายคณิน บุญสุวรรณ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ กรธ.เผยแพร่ เพื่อประกอบการรับฟังความคิดเห็นว่า หลักการและสาระสำคัญส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ที่บัญญัติให้การร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองเป็นเสรีภาพของประชาชน เพราะแค่ที่บัญญัติให้ต้องมีการขออนุญาตต่อนายทะเบียน คือเลขาธิการ กกต. เพื่อจัดตั้งเป็นพรรคการเมือง ซ้ำยังมีกฎเกณฑ์เงื่อนไขต่างๆ มากมาย รวมทั้งบทกำหนดโทษรุนแรงสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตนั้น นอกจากจะถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้วยังเท่ากับเป็นการไปลดฐานะของสมาชิกพรรคการเมืองลงให้เป็นเสมือนพลเมืองชั้นสองอีกด้วย เพราะทันทีที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองนอกจากจะต้องเสียค่าบำรุงพรรคทุกปี และถ้าเป็นผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองต้องจ่ายเงินเพื่อเป็นทุนประเดิมคนละ 2,000-500,000 บาทแล้ว ยังเสียสิทธิทางการเมืองหลายอย่างด้วย เป็นต้นว่า จะสมัครหรือไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.ก็ไม่ได้ ยุ่งเกี่ยวกับตำแหน่งแห่งหนทางการเมืองก็ไม่ได้ สมัครเป็นองค์กรอิสระหรือศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ พูดง่ายๆ ว่า นี่ก็ห้ามนั่นก็ห้าม ไม่ห้ามอยู่อย่างเดียวคือ เลือกตั้ง ส.ส. และสมัคร ส.ส. มิหนำซ้ำเกิดไปเผลอทำอะไรผิดเข้าหน่อยเจอโทษหนักตั้งแต่จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี โทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.นี้ เท่ากับเอาขาข้างหนึ่งไปอยู่ในตะรางเสียแล้วโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

นายคณินกล่าวว่า ร่าง พ.ร.ป.นี้ บังคับให้ผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องจ่ายค่าธรรมเนียมบำรุงพรรคและถ้าผู้ใดไม่ชำระค่าบำรุงพรรคเป็นเวลาสองปีติดต่อกัน ต้องสิ้นสภาพสมาชิก ข้อนี้ถือว่าขัดต่อหลักเสรีภาพของประชาชน และเท่ากับเป็นการกีดกันคนยากคนจนและคนที่มีรายได้น้อยไม่ให้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง สำหรับคนมีฐานะถ้าเขารู้ว่าเป็นสมาชิกพรรคแล้วต้องลำบากและเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางถึงขนาดนี้คงไม่มีใครอยากเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแน่ ตกลง กรธ.คิดจะสร้างพรรคการเมือง หรือทำลายพรรคการเมืองไม่ให้ได้ผุดได้เกิดกันแน่

นายคณินกล่าวต่อว่า การที่บทเฉพาะกาลมาตรา 112 (4) บังคับให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว จัดให้สมาชิกที่ประสงค์จะเป็นสมาชิกพรรคต่อไป ต้องชำระค่าบำรุงพรรคภายใน 180 วันนับแต่วันที่ พ.ร.ป.มีผลใช้บังคับ มิฉะนั้นจะพ้นสภาพสมาชิกและถ้าสมาชิกพรรคมีเหลือไม่ถึง 5,000 คน ให้พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพ นี่ก็เท่ากับไล่สมาชิกออกจากพรรคจนเหลือไม่ถึง 5,000 คน พรรคนั้นจะได้สิ้นสภาพและหมดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนั้นการที่มาตรา 45 ไม่ให้พรรค ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค หรือสมาชิกพรรค เรียกรับสินบนจากผู้ใด เพื่อแต่งตั้งหรือสัญญาว่าจะแต่งตั้งให้ผู้นั้นเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พร้อมกับกำหนดโทษไว้อย่างรุนแรง คือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิตนั้น น่าสงสัยเหลือเกินว่า กรธ.เห็นว่าสมาชิกพรรคการเมืองเป็นอาชญากรหรืออย่างไร กรธ.ลืมไปแล้วหรือว่า กรธ.นั่นแหละที่เขียนรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ซ้ำยังบังคับให้ ส.ส.สังกัดพรรคการเมือง แต่ครั้นใครจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง กลับถูกมองว่าเป็นอาชญากร ถ้าอย่างนั้นจะให้มีการเลือกตั้งไปทำไม แต่งตั้งมันทุกตำแหน่งที่มีอยู่ในประเทศไทยไม่ดีกว่าหรือ

Advertisement

นายคณินกล่าวในที่สุดว่า การที่มาตรา 32 กำหนดให้พรรคที่ตั้งใหม่ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน ภายใน 1 ปี มีสาขาพรรคอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา แต่ละสาขาต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน และต้องเพิ่มสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคนภายใน 4 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนนั้น ขัดแย้งกับสิ่งที่ กรธ.พร่ำบ่นมาตลอดว่า ไม่อยากเห็นนายทุนครอบงำพรรค และอยากให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชน เพราะมันจะเป็นตรงกันข้ามเสียมากกว่า