‘บิ๊กตู่’ เปิดใจชิงนายกฯลุยทำต่อขอ 2 ปี ปิดจ๊อบงานค้าง ชี้ถ้าได้ ส.ส.น้อยพวกไม่คบ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษเปิดใจ “มติชน” ว่า การทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถึงวันนี้ก็แปดปีแล้ว แต่เป็นคนละสถานะกัน วันนี้เข้ามาทำงานทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเข้ามาทำงานต่ออีก 4 ปี
และวันนี้ถึงเวลาที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ เคารพกติกาและเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าสิ่งที่เข้ามาทำงานนั้นทำเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติ เป็นทหารมาตลอดชีวิต
สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความสำคัญกับความมั่นคง แต่ก่อนนั้นเป็นเรื่องความมั่นคงทางด้านทหารเรื่องของเขตแดนและชายแดน รวมทั้งกรณีที่เกี่ยวข้องกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ซึ่งถือว่ามีข้อมูลจำนวนมากที่นำมาใช้ในการบริหารในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ทิ้งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ วันนี้หลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยนแปลงไปมีความวุ่นวาย มีการแบ่งแยกเป็นขั้ว
สิ่งเหล่านี้อาจมองเป็นเรื่องไกลตัวโดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ทุกอย่างก็พร้อมที่จะมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเอาเรื่องความมั่นคงมาเป็นหลักในการทำงานควบคู่ไปกับงานด้านเศรษฐกิจและสังคม อะไรที่เกี่ยวข้องกับประชาชนภายในประเทศก็ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กันไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเลือกตั้งไฮไลต์ที่จะทำต่อในอีก 2 ปี คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่บอกว่าทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ก็ต้องทำ เนื่องจากยังไม่เสร็จ หรือยังเสร็จไม่หมด ส่วนจะเสร็จเมื่อใดก็คงต้องตอบว่าจนครบทุกรัฐบาลถึงจะเสร็จ เพราะปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ
สิ่งสำคัญวันนี้คือการแก้ปัญหาความยากจน หนี้ครัวเรือน การรักษาวินัยทางการเงินการคลังของเรา ให้มีความปลอดภัย การแก้ไขปัญหาเรื่องของเงินเฟ้อ การจัดหารายได้ให้กับประชาชน อีกทั้งภรรยาและลูกเข้าใจ
หากต้องไปต่ออีก 2 ปี สำหรับพรรค รทสช.วันนี้ถือว่าโอเค ประชาชนตอบรับให้กำลังใจ และได้มีส่วนช่วยแต่งเพลงลุงตู่อยู่ต่อในส่วนเนื้อหาของหมายเลข 22 เนื้อเพลงก็ปลุกใจให้คนในพรรคมีกำลังใจ เชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะกระหึ่มทั้งกรุงเทพฯ
เมื่อถามว่า รอบหน้าทีมเวิร์กของพรรคร่วมรัฐบาลจะไปร่วมกันเหมือนเดิมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่แน่ใจ เพราะไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลการเลือกตั้งออกมาก็ต้องมาดูคะแนนเสียงว่าใครได้มากใครได้น้อย ถ้าผมได้น้อยก็คงไม่มีใครอยากคบกับผม ส่วนจะได้เท่าไหร่คงตอบยาก”
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นจะขายของอย่างไรให้คนเลือกคนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่มีของให้ขาย แต่ขายด้วยความจริง ขายแต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้จริงและเกิดขึ้นแล้วที่ทำมาแล้ว ถ้าใช้คำว่าขายของก็ขายกันทุกวันอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทรัพยากรมีเพียงพอหรือไม่ และคนที่จะได้รับจะมีการพัฒนาได้หรือไม่ เขามีความคุ้นเคยกับการใช้เงินขนาดนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เพราะนี่คือทรัพยากรมนุษย์ต้องเจริญเติบโตในสิ่งที่ควรจะเป็นและต้องพัฒนาต่อไป
ต้องมีความอดทนเพื่อที่จะเดินหน้าตัวเองให้ได้ก่อน แล้วรัฐถึงจะเข้าไปช่วย ซึ่งสื่อเองก็ต้องช่วยบอกว่าอย่ามองแค่เพียงฉาบฉวยหรือมองแค่ประโยชน์ที่จะได้รับ แต่ต้องบอกว่าทำได้จริงหรือไม่ แล้วประเทศจะเป็นอย่างไรคนอื่นจะอยู่ได้หรือไม่ ถ้าต่างคนต่างคิดประโยชน์ของตัวเองทั้งหมดมันไปไม่ได้ ไม่มีใครทำได้จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง”

