‘ไปรษณีย์ไทย’ รับ 5 ภารกิจหลักขนส่งบัตรเลือกตั้ง คาดสร้างรายได้-กำไรเพิ่ม 2-3%

10.04.23 | 17:09 น.

‘ไปรษณีย์ไทย’ รับ 5 ภารกิจหลักขนส่งบัตรเลือกตั้ง คาดสร้างรายได้-กำไรเพิ่ม 2-3%

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้ง ส.ส. 2566 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่) เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พร้อมด้วยนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ว่าที่ ร.ต.ศราวุธ จันทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวถึงความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง และภารกิจการขนส่งบัตรเลือกตั้ง

นายดนันท์กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานสื่อสารและขนส่งหลักแห่งชาติ พร้อมสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 โดยจะทำภารกิจหลัก 5 เรื่องในการขนส่ง คาดว่าจะมีรายได้และกำไรจากการเลือกตั้งครั้งนี้อาจถึง 2-3% เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งในปี 2562 ที่มีรายได้รับอยู่ที่ 190 ล้านบาท

เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอาจทำให้การขนส่งต้องใช้ต้นทุนด้านนี้เพิ่มขึ้นตาม อย่างไรก็ตาม งบประมาณจะเพิ่มอย่างไรต้องรอสรุปตัวเลขประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่ง กกต.จะจ่ายเงินตามจริง เพราะไปรษณีย์ไม่ได้คิดจะค้ากำไรในกิจการลักษณะนี้ เพราะเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องสนับสนุน

“สำหรับการใช้จ่ายโดย กกต.จะมีงบประมาณเพื่อใช้ในการเลือกตั้งอยู่แล้ว ซึ่งงบประมาณการใช้จ่ายของไปรษณีย์ไทยที่รวมถึงรายได้และกำไรยังไม่สามารถระบุได้ เพราะการเลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้น” นายดนันท์กล่าว

Advertisement

นายดนันท์กล่าวว่า สำหรับภารกิจหลักในด้านการขนส่ง 5 ภารกิจ ได้แก่ 1.การจัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส. 1/6) และเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง 2.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไป 3.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักรล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว

4.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอก/ในเขตเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว และ 5.การจัดส่งและตอบกลับหนังสือแจ้งเจ้าบ้านที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง/ในเขตเลือกตั้ง โดยเตรียมความพร้อมด้านรถขนส่งที่จะใช้ขนส่งบัตรฯ-อุปกรณ์ต่างๆ ไปยัง 400 เขต จำนวนกว่า 500 เที่ยว และการขนส่งจะคุ้มกันความปลอดภัยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนี้ จะใช้พื้นที่ไปรษณีย์ไทย สำนักงานใหญ่จัดตั้งศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 เพื่อใช้ในการตรวจนับและการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง รายงานผลการปฏิบัติงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีระบบ CCTV GPS และห้องคอนโทรลรูม (Control Room) ที่สามารถติดตามการขนส่ง และตรวจสอบหากเกิดความผิดปกติได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายดนันท์กล่าวว่า เดือนเมษายนนี้ไปรษณีย์ไทยจะเริ่มจัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส.1/6) จำนวนกว่า 52 ล้านรายชื่อ และเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งไปยังประชาชนกว่า 18 ล้านครัวเรือนภายใน 20 วันก่อนเลือกตั้ง พร้อมทั้งการจัดส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไปยัง 66 ประเทศ 94 เมืองปลายทางผ่านระบบขนส่งทางอากาศยาน ดำเนินการระหว่างวันที่ 14-15 เมษายน 2566

มีการขนส่งด้วยระบบภาคพื้นสำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และหลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเสร็จ ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2566 จะเร่งจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกเขตเลือกตั้ง/ในเขตเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วไปยัง กกต. โดยระดมเจ้าหน้าที่กว่า 500 คน เพื่อคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และใช้รถยนต์ขนส่งไม่ต่ำกว่า 500 เที่ยว