‘เดียร์’ เล่า เกือบติดคุก! แค่สู้เพื่อเหยื่อเสื้อแดง เดชะบุญศาลยกฟ้อง สัญญาเดินหน้าสุด ทวงศักดิ์ศรีวีรชน53
เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง คนเสื้อแดงและคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตรักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะอดีตแกนนำ นปช. ร่วมจัดงานรำลึก “13 ปี เมษาพฤษภา53”
บรรยากาศเวลา 16.50 น. ตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมเสนอนโยบายรวมทั้งการปฏิบัติในเรื่องการเมืองการปกครองและปัญหาความยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี “เมษา-พฤษภา53” ตามที่คณะประชาชนทวงความยุติธรรมฯ ได้มีข้อเสนอ 8 ข้อไว้ล่วงหน้าแล้ว ต่อพรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ และพรรคไทยสร้างไทย
เวลา 17.46 น. น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล หรือ เดียร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะบุตรสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หนึ่งในผู้สูญเสีย จากการถูกลอบยิงที่ศีรษะเมื่อ 13 พ.ค. 2553 กล่าวถึงจุดยืนของพรรคต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
น.ส.ขัตติยากล่าวว่า พรรคเพื่อไทย จะผลักดันให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. แล้วจากนั้นปล่อยให้เป็นอำนาจ ส.ส.ร. สิ่งที่พรรคต้องการ เราจะขับเคลื่อนอยู่ข้างนอก เพื่อให้ ส.ส.ร.จากประชาชนได้เห็นสิ่งที่พรรคต้องการเสนอ วุฒิสภา ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน นายกฯ ต้องมาจากการเลือกของ ส.ส. ในสภาเท่านั้น ในส่วนขององค์กรอิสระ เริ่มจากศาลรัฐธรรมนูญ ต้องมีการจำกัดอำนาจ ตุลาการต้องมาจากการสรรหาของรัฐสภาเท่านั้น ส่วนองค์กรอิสระอื่นๆ เราต้องการจำกัดอำนาจ หน้าที่ ปชช. เพราะคือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ต้องมาจากการสรรหาของรัฐสภา ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น
น.ส.ขัตติยากล่าวกล่าวอีกว่า ม.112 ต้องเป็นผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องร้อง ไม่ใช่ใครก็ได้ ส่วนการปฏิรูปกองทัพ เราจะยกเลิกเกณฑ์ทหาร ต้องมาจากความสมัครใจเท่านั้น ตนโตมากับทหารรับใช้ ที่เรียกกันจนติดปาก ทั้งๆ ที่ต้องมารับใช้ประชาชน
“เหตุที่ต้องออกมาบ้านพัก เพราะไม่มีความสุขในการประจำกรมกอง จึงหาทางออก ยอมเป็นทหารรับใช้ เหมือนการซื้อหวย ไม่รู้จะดูแลดีหรือเปล่า ถูกใช้ให้ซักผ้า ชุดชั้นในภรรยานายพล หนักไปกว่านั้นถูกยึดเบี้ยเลี้ยง ต้องไปขอข้าววัดกิน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น เดียร์สนับสนุนการยกเลิกการเกณฑ์ทหารเต็มที่
การแต่งตั้งโยกย้ายทหารในกองทัพ ต้องมีคนจากฝ่ายการเมืองไปนั่งให้มากที่สุด เพื่อไม่เอื้อให้ง่ายต่อการก่อรัฐประหาร เราจะแก้ไขเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในเรื่องการถูกจับ สิทธิการประกันตัว ต้องเป็นสิทธิพื้นฐาน การไม่ใหปล่อยตัวชั่วคราว จะเป็นเพียงข้อยกเว้นเท่านั้น” น.ส.ขัตติยากล่าวชี้
น.ส.ขัตติยากล่าวอีกว่า หากใครย้อนไปปี 2554 เราเห็นผลพวงกฎหมายจากการรัฐประหาร คือรัฐธรรมนูญ 60 เราต้องการแก้ไขให้มี ส.ส.ร. มีคนบอกว่า แก้ทั้งฉบับไม่ได้ ให้แก้รายมาตรา ในเวลานั้นเพื่อไทยใช้เวลานานมากเพื่อให้แก้ไข สุดท้ายเราแพ้เสียง ส.ส.เพื่อไทยทั้งหมด โดนข้อหาล้มล้างการปกครอง เดชะบุญศาลยกฟ้อง ไม่อย่างนั้น ส.ส. เพื่อไทยคงได้ไปอยู่ในคุก
“ในส่วนคดีของคนเสื้อแดง เดียร์อยู่สถานะผู้สูญเสีย ที่เคยอยู่ในสภา และต่อสู้เรื่องนี้ ความสำเร็จในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือการเยียวยาผู้สูญเสีย และเดียร์เป็นคนเดียวที่ไม่รับเงินตรงนั้น” น.ส.ขัตติยากล่าว
น.ส.ขัตติยากล่าวต่อว่า การต่อสู้ของพรรคเพื่อไทยยาวนานกว่า 8 ปี และคิดว่าการเยียวยาได้ผล ส่วนตัวถือว่า พรรคเพื่อไทยได้ทำสำเร็จแล้ว ในเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกคน
“ก่อนเรามีการเลือกตั้งปี 2554 เกือบ 1 ปี คดีของคนเสื้อแดง ยังไม่คืบหน้า ตอนนั้นท่านทวี สอดส่อง จากพรรคประชาชาติ เรียกเดียร์เข้าไปคุย เพื่อหาความยุติธรรมให้กับพ่อ เราต้องคุยกันลับๆ เพราะบรรยากาศไม่เอื้อ เมื่อคดีไปถึงศาล เดียร์มองวา นี่คือความสำเร็จในขั้นแรก”

น.ส.ขัตติยากล่าวต่อว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะทำ ถ้าเรามีโอกาสเป็นรัฐบาล จะทวงคืนความยุติธรรมให้อีก 62 ศพที่เหลือ ตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด วิเคราะห์ว่าต้องยื่นศาลไหนถึงจะสำเร็จ เราจะแก้ไขอำนาจของ ป.ป.ช.ให้สิทธิประชาชนร้องตรงต่อศาล และในกรณีศาลทหาร ถ้าหากผู้ปฏิบัติการเป็นทหาร ต้องดึงคดีมาไว้ศาลพลเรือนให้ได้
ปัจจุบัน มีการใช้นิติสงคราม แทนอาวุธสงคราม แต่อยากให้เรียกร้องเพื่อคนที่โดนอาวุธสงครามในตอนนั้นด้วย มั่นใจว่าพรรฝ่ายประชาธิปไตย จะหาทางออกให้กับผู้สูญเสียในปี 2553 ได้ เรายังมีเจตจำนง และคิดว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศยังดำเนินการได้ ถ้าสิ้นหวัง เราจะแสวงหาความยุติธรรมจากองค์กรระหว่างประเทศแน่นอน ขอให้มั่นใจว่าทั้ง 8 ข้อ อยู่ในนโยบายของพรรคเพื่อไทยแน่นอน
น.ส.ขัตติยากล่าวในช่วงท้ายว่า เห็นด้วยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เราทำสำเร็จเรื่องการเยียวยาไปแล้ว เหลือเรื่องคดีความ ด้วยเทคนิคทางกฎหมายของผู้มีอำนาจจึงถูกตีกลับ แต่เชื่อว่าทุกคนที่นี่จะร่วมผลักดันเพื่อคนเสื้อแดงจนถึงที่สุด
“ถ้าเรามองตากันปริบ อับจนหนทางจริงๆ ถึงเวลานั้นกลไกระหว่างประเทศค่อยเข้ามา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราที่นั่งอยู่นี้จะมีโอกาสร่วมงานเป็นรัฐบาลจากเสียงประชาชน เพื่อผลักดันคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน” น.ส.ขัตติยากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายบรรยากาศ เวลา 18.35 น. หลังสิ้นสุดกิจกรรม ผู้ร่วมงานต่างขับขานบทเพลง “นักสู้ธุลีดิน” ของจิ้น กรรมาชน ดังก้องอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ฯ สี่แยกคอกวัว ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุกระชับพื้นที่ 10 เมษายน 255 เนื้อความตอนหนึ่งที่ผู้ร่วมชุมนุมเปล่งเสียงดังสนั่นได้แก่ท่อนที่ว่า “ใช้เลือดเท่าไหร่หนอ ล้างสังคมทราม”
ท่ามกลางตัวแทนพรรคการเมือง คนเสื้อแดง เยาวชนคนรุ่นใหม่ ร่วมชู 3 นิ้ว และกำปั้น พร้อมส่งเสียงร้องอย่างพร้อมเพรียง โดยมีเยาวชนร่วมโบกสะบัดธงสีดำ ข้อความแดง “นักสู้ธุลีดิน”
ก่อนต่อด้วยเพลง “มิตรร่วมรบ” ซึ่งนักการเมืองทั้ง 4 พรรค ยังจับมือชูกำปั้นแทนสัญญาใจ ในการเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อสลายชุมนุมคนเสื้อแดง 2553

"ย้อนไปสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ใครอาจบอกว่า เราทำอะไรไม่สำเร็จเลย แต่สิ่งที่เราทำสำเร็จ คือ การเยียวยาผู้สูญเสียโดยไม่แยกสีเสื้อ ซึ่งเดียร์เป็นคนเดียวที่ไม่รับเงินนั้น"
เดียร์ ขัตติยา สวัสดิผล
10 เม.ย.66
อ่านข่าว https://t.co/DmaYh1XW55 pic.twitter.com/1fzeQqYC8T— Matichon Online (@MatichonOnline) April 10, 2023

