หน้าแรก การเมือง 4 พรรคจับมือช...

4 พรรคจับมือชูกำปั้นสัญญาใจ ทวงยุติธรรมคืนเหยื่อสลายเสื้อแดง ‘ประชาชาติ’ เห็นด้วย 8 ข้อเสนอคปช.53

10.04.23 | 21:45 น.

ตัวแทนพรรคประชาติ ขนลุกบรรยากาศ รับปาก ‘สู้ให้วีรชน53’ ไม่ไหวจะทน ศก.หมุนเวียนในค่ายทหาร

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง คนเสื้อแดงและคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตรักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะอดีตแกนนำ นปช. ร่วมจัดงานรำลึก “13 ปี เมษาพฤษภา53”

บรรยากาศเวลา 16.50 น. ตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมเสนอนโยบายรวมทั้งการปฏิบัติในเรื่องการเมืองการปกครองและปัญหาความยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี “เมษา-พฤษภา53” ตามที่คณะประชาชนทวงความยุติธรรมฯ ได้มีข้อเสนอ 8 ข้อไว้ล่วงหน้าแล้ว ต่อพรรคฝ่ายประชาธิปไตย

เวลา 17.05 น. นายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เข้ามาแล้วรู้สึกขนลุก เพราะเห็นการเสียสละ การรำลึก และความสามัคคีของคนเสื้อแดง

“ผมชื่นชม พี่ๆ น้าๆ ป้าๆ ลุงๆ อายุขนาดนี้ยังต่อสู้ขนาดนี้ ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เห็นเป็นตัวอย่าง พรรคประชาชาติเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่เป็นพรรคขั้วประชาธิปไตยแน่นอน ในการทำงานการเมือง 4 ปีที่ผ่านมา สู้เคียงบ่าเคียงไหล่พรรคเพื่อไทย เสรีรวมไทย มีโอกาสต่อสู้ออกกฎหมาย

Advertisement

“ผมอยากบอกว่า สนามบินสุวรรณภูมิ ได้เซ็นสัญญาเป็นรูปเป็นร่างในสมัยท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ก็ปฏิเสธรับเงินในตอนนั้น ต่อสู้เพื่อประชาชนมาตลอด” นายฐาคณิษฐ์กล่าว

นายฐาคณิษฐ์ กล่าวถึงจุดยืนของพรรค ต่อ 8 ข้อเสนอที่ คปช.53 เรียกร้อง โดยไล่เรียงทีละข้อดังนี้

1.เร่งผลักดันให้ตรวจสอบในเรื่องคดีความกรณีปี 2553 ที่ถูกแช่แข็งและบิดเบือน ไม่สามารถให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนที่ถูกปราบปรามเข่นฆ่าได้ นับจากการทำรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อมิให้มีการฆ่าประชาชนกลางถนนซ้ำซากโดยผู้กระทำและสั่งการ “ลอยนวลพันผิด” ซึ่งอาจเกิดได้อีกในอนาคต รวมทั้งตรวจสอบผลักดันคดีความในช่วงเวลาปัจจุบัน อันเป็นคดีความทางการเมืองของกลุ่มเยาวชน ให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรมที่เป็นสากล ไม่ให้เป็นการเลือกปฏิบัติและกลั่นแกล้งทางการเมือง

“หากพรรคประชาชาติได้ร่วมรัฐบาล พร้อมสนับสนุน ผลักดันให้ความยุติธรรมปรากฏออกมา เพราะการเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ควรมีใครต้องเสียสละ ถึงกับเสียชีวิตขนาดนี้ ดังนั้น ในฐานะปุถุชนธรรมดา รู้สึกไม่ถูกต้อง มาทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ก็ต้องยืนอยู่ข้างที่ถูกต้อง ขอให้มั่นใจว่าพรรคประชาชาติจะยืนเคียงข้าง ผลักดันในสิ่งที่ถูกต้อง” นายฐาคณิษฐ์กล่าว

 

2. แก้ไขกฎหมาย กรณีที่ทหารและนักการเมืองทำความผิดต่อประชาชน พลเรือน ให้ขึ้นศาลพลเรือน ไม่ใช่ทหารขึ้นศาลทหาร นักการเมืองขึ้นศาลนักการเมือง ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ทำให้ทหารและนักการเมืองไม่ได้ถูกดำเนินคดีเฉกเช่นประชาชนทั่วไป

นายฐาคณิษฐ์กล่าวว่า ถ้าพรรคได้เข้าไป จะแก้กฎหมายนี้ เมื่อทหารทำผิด ควรถูกนำมาขึ้นศาลพลเรือนเหมือนกันกับประชาชน

3. เมื่อได้เป็นรัฐบาล ขอให้ลงนามรับรองเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศเฉพาะกรณีเหตุการณ์ 2553 ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับมาตรา 6 ในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์แต่ประการใด เพื่อให้เป็นไปตามที่อัยการศาล ICC ได้แจ้งไว้กับรัฐบาลเพื่อไทยเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2555

4. ดำเนินการเพื่อแก้ไขให้ได้รัฐธรรมนูญของประชาชนให้ได้ระบอบประชาธิปไตยแท้จริง โดยการใช้ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ ตามสัดส่วนประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่คำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค โดยคำนึงถึงสนธิสัญญาตามหลักสิทธิมนุษยชน สิทธิทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ สังคม ที่ได้ลงนามไว้ในสหประชาชาติ รวมทั้งสนธิสัญญากรุงโรมที่ยังไม่ได้ลงนาม ก็ควรได้ลงนามในอนาคตหลังจากแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว

นายฐาคณิษฐ์กล่าวว่า คนที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย อยากแก้ไขอยู่แล้ว ถ้าได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ยินดีที่จะเข้าไปแก้ไขกฎหมายฉบับนี้

5. แก้ไขกฎหมายอื่น อันเป็นผลพวงการทำรัฐประหาร รวมทั้งพ.ร.บ. ที่ทำให้เกิดองค์กรรัฐซ้อนรัฐ อย่าง กอ.รมน. และกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 116 ที่กลายเป็นเครื่องมือจัดการผู้เห็นต่างทางการเมือง

นายฐาคณิษฐ์กล่าวว่า เรื่อง กอ.รมน. พรรคประชาชาติ มีนโยบายเช่นกัน

“เพราะกลายเป็นว่า กอ รมน.ทำงานเพื่อรัฐบาล ควรเปลี่ยนเป็นทำงานเพื่อประชาชน ถ้ามีโอกาสได้เข้าไป จะยุบ กอ.รมน.” นายฐาคณิษฐ์กล่าว

6. ดำเนินการเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปกองทัพ และองค์กรอิสระอย่างจริงจัง เพราะ 3 แหล่งนี้เป็นกระบวนการกลุ่มอภิชนที่ยึดครองประเทศไทย ยืดอำนาจจากประชาชน ไม่ยึดโยงกับประชาชน อำนาจกระบวนการยุติธรรมดั้งแต่ต้นถึงปลาย อำนาจองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ล้วนต้องยึดโยงกับประชาชน รวมทั้งกองทัพ โครงสร้างการบริหารขององค์กรเหล่านี้ ต้องให้อำนาจประชาชนควบคุมได้ ไม่ใช่สมคบกันจัดการประชาชน และมีที่มาจากกลุ่มอภิชนด้วยกัน

นายฐาคณิษฐ์กล่าวว่า ตนรู้สึกเห็นด้วยเกือบทุกข้อ

“เราเห็นแก๊งอาชญากรรมต่างๆ มากมาย มีแก๊งทุนสีเทา คนมีเงินทำความผิดไม่ต้องติดคุก จนมีคำพูดว่า คุกไม่ได้มีไว้ขังคนรวย ต้องปฏิรูปมากพอสมควร รวมถึงปฏิรูปกองทัพด้วย ซึ่งผมเห็นด้วยกับก้าวไกล โลกปัจจุบันไม่ได้ต่อสู้ด้วยจำนวนทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่สู้ด้วยนโยบายการต่างประเทศ 8 ปี งบกองทัพควรเอาเงินมาช่วยเหลือประชาชนจริงๆ ให้เศรษฐกิจหมุนเวียน มากกว่าที่จะไปหมุนเวียนในกรมกอง” นายฐาคณิษฐ์กล่าว

7. กระจายอำนาจบริหารจากส่วนกลางไปยังภูมิภาค แก้ปัญหาระบบศักดินา เจ้าขุนมูลนาย และการคอร์รัปชั่นส่งนายใหญ่ตามลำดับ ให้ผู้บริหารผ่านการเลือกตั้งของประชาชนและถูกตรวจสอบได้ง่าย

นายฐาคณิษฐ์กล่าวว่า พรรคประชาติ มีนโยบายผลักดันให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่งประเทศ

“ที่พรรคประชาชาติบอกว่าจะไปแลนด์สไลด์ที่ชายแดนภาคใต้ ก็จากปัญหาพี่น้องชาวมุสลิม ที่ต้องการให้เขาได้มีสิทธิเลือกตั้ง มีงบบริหารจังหวัดของเขาเอง และพร้อมเข้าไปผลักดันแก้ไข เอาข้อมูลไปปรึกษาผู้ใหญ่ในพรรค ออกกฏหมายเพื่อประชาชนจริงๆ” นายฐาคณิษฐ์กล่าว

โดยยังเห็นด้วยกับข้อ 8. ให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด

ในช่วงท้าย นายฐาคณิษฐ์กล่าวอีกด้วยว่า ฟังแนวคิดพรรคฝ่ายประชาธิปไตย แล้วอิ่มเอิบใจที่จะต่อสู้เพื่อพี่น้อง

“เรามีอุดมการณ์ วันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีของทั้ง 4 พรรค ผมรับปากว่าจะเอาทั้ง 8 ข้อไปคุยกับพรรคแน่นอน จะร่วมรัฐบาล หรือไม่ได้ร่วม ก็จะเอาเรื่องพวกนี้ไปต่อสู้ให้ ผมทำงานมาตลอด พูดคำไหนคำนั้น” นายฐาคณิษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายบรรยากาศ เวลา 18.35 น. หลังสิ้นสุดกิจกรรม ผู้ร่วมงานต่างขับขานบทเพลง “นักสู้ธุลีดิน” ของจิ้น กรรมาชน ดังก้องอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ฯ สี่แยกคอกวัว ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุกระชับพื้นที่ 10 เมษายน 255 เนื้อความตอนหนึ่งที่ผู้ร่วมชุมนุมเปล่งเสียงดังสนั่นได้แก่ท่อนที่ว่า “ใช้เลือดเท่าไหร่หนอ ล้างสังคมทราม”

ท่ามกลางตัวแทนพรรคการเมือง คนเสื้อแดง เยาวชนคนรุ่นใหม่ ร่วมชู 3 นิ้ว และกำปั้น พร้อมส่งเสียงร้องอย่างพร้อมเพรียง โดยมีเยาวชนร่วมโบกสะบัดธงสีดำ ข้อความแดง “นักสู้ธุลีดิน”

ก่อนต่อด้วยเพลง “มิตรร่วมรบ” ซึ่งนักการเมืองทั้ง 4 พรรค ยังจับมือชูกำปั้นแทนสัญญาใจ ในการเดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อสลายชุมนุมคนเสื้อแดง 2553