กกต.จี้เพื่อไทยรีบแจง 3 ปม ออกนโยบายแจกเงินดิจิทัลคนละหมื่น
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีให้พรรค พท.ชี้แจงที่มาของเงินและวงเงินที่ต้องใช้ ในนโยบายหาเสียงแจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 1 หมื่นบาท ว่าตามกฎหมายกำหนดไว้ว่านโยบายที่จะต้องมีการใช้จ่ายเงินจะต้องมี 3 เงื่อนไขคือ 1.วงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงิน 2.ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3.ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ขณะนี้มี 6 พรรคแจ้งว่ามีนโยบายที่เกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่ายเงินมายัง กกต. ซึ่งพรรคการเมืองต้องชี้แจงใน 3 เงื่อนไขดังกล่าวให้ครบถ้วน นโยบายแบบนี้ไม่ถือเป็นการสัญญาว่าจะให้ แต่ถ้าไม่มีข้อมูลใน 3 เงื่อนไขอาจจะผิดเข้าข่ายหลอกลวงตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(5) ได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้บอกว่าถ้ารายงานไม่ครบแล้วจะมีความผิด เพียงแต่กำหนดว่าให้ กกต.แจ้งให้ดำเนินการให้ครบถ้วน และมีโทษเป็นการปรับจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) และโฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรค พท. กล่าวชี้แจงนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่ใช่คริปโทเคอร์เรนซีที่มีการกล่าวอ้างกัน แต่เป็นเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิการใช้เงิน สามารถเอามาแลกเป็นเงินบาทได้ทุกเมื่อ 2.เหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิการใช้เงินที่ใช้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีความเสี่ยง ไม่มีการเก็งกำไร ไม่สามารถแลกเปลี่ยนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นได้ ทุกเหรียญมีค่าเท่าเงินบาทเสมอ กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นต่อความมั่นคงของระบบการเงิน จำนวนเงิน 1 หมื่นบาทถึงมือประชาชนทุกคน (16 ปีขึ้นไป) ซื้อของได้จริง ตรวจสอบได้ทุกธุรกรรม
นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ทั้งนี้ กระเป๋าเงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน ระดับชุมชน ในตลาด สร้างธุรกรรมระหว่างรายย่อย ตรงข้ามกับวิธีเดิมที่ต้องซื้อในร้านใหญ่ หรือกลุ่มทุน และไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ โดยจัดสรรเงินจากงบประมาณและไม่มีการขึ้นอัตราภาษีใดๆ

