หน้าแรก การเมือง นอท ท้าดีเบต ...

นอท ท้าดีเบต ชัยวุฒิ ปมดิจิทัล ชี้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ต้องเป็นวาระแห่งชาติ

12.04.23 | 09:44 น.

นอท ท้าดีเบต ชัยวุฒิ ปมดิจิทัล ชี้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ต้องเป็นวาระแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน พร้อมด้วยทีมงานลงพื้นที่ตลาดเช้าเมืองพะเยา พบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า โดยในระหว่างการเดินทางเสียงก็มีประชาชนสอบถามความคืบหน้าคดีกองสลากพลัส พร้อมอวยพรขอให้โชคดี โดยนายพันธ์ธวัชตอบว่า คดีความจะสั่งฟ้องในวันที่ 20 และสิ้นเดือนเมษายนนี้ แต่เนื้อคดีไม่มีอะไรมีการแจ้งข้อหาว่าการขายลอตเตอรี่เป็นการพนัน จากนั้นได้อุดหนุนพ่อค้าขายลอตเตอรี่ โดยซื้อสลากที่ตรงกับหมายเลขพรรค 720

นายพันธ์ธวัชยังประเมินคะแนนการขึ้นเวทีดีเบตเวทีที่ถ่ายทอดสดครั้งแรกว่าให้คะแนนการดีเบต 70% ยังทำได้ไม่เต็มที่ ตอนแรกอาจจะดูรวนๆ เพราะพูดหลัง 5 พรรคการเมืองใหญ่ แต่รอบหลังๆ เริ่มคุมสติได้ และเล่นตามเกมของตัวเองก็ดีขึ้น โดยยังมีอีกหลายนโบายที่ยังไม่ได้พูด เชื่อว่าครั้งหน้าจะอธิบายนโยบายของพรรคได้ดีขึ้นกว่านี้ พร้อมขอบคุณการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีทั้งผลโหวต และชื่นชอบนโยบายของพรรคเปลี่ยน และบอกถึงความประทับใจในระหว่างการดีเบตประชาชนนำพวงมาลัยปลาส้มมามอบให้ ถือเป็นสีสันการเมือง

ทั้งนี้ได้พูดคุย และตอบคำถามประชาชนที่ดูไลฟ์ว่า หากได้เข้าไปในสภาอยากจะไฝว้กับใคร หรือนักการเมืองคนไหน นายพันธ์ธวัชตอบว่า อยากดีเบตกับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีดีอีเอส ในฐานะที่ตนเองเป็นคนดิจิทัล ทำมาหากินกับโลกออนไลน์ และอยากจะถามถึงความรับผิดชอบ และความเข้าใจปัญหาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ว่าทำไม 8 ปีที่ผ่านมาจึงไม่พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และบอกว่านายชัยวุฒิเพิ่งจะปิดโอกาสคนไทยให้มีความสุขด้วยการปิดกองสลากพลัส ที่มียอดขาย 19,000 ล้านบาท คนตกงาน 400 คน

Advertisement

นายพันธ์ธวัชยังกล่าวถึงนโยบายหวยบำนาญของพรรคไทยสร้างไทยว่า ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่เนื่องจากคิดว่าเกิดความไม่เท่าเทียม และอาจจะเป็นการส่งเสริมให้คนซื้อหวย หรือเข้าไปสู่การพนันเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ เพราะอยากได้รับสิทธิ ซึ่งแนวคิดเป็นการออมเงินในกรณีที่ไม่ถูกรางวัล ซึ่งแตกต่างจากนโยบายหวยโอกาสของพรรคเปลี่ยนเมื่อมีรายได้จากหวยแล้วก็นำไปพัฒนาประเทศนำไปช่วยเหลือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำได้ทันที

นายพันธ์ธวัชยังกล่าวว่าปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ควรที่จะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพราะส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชน หากประชาชนเจ็บป่วยก็จะเป็นภาระกับรัฐบาลในเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยพรรคเปลี่ยนจะบรรจุเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นนโยบายของพรรคเพื่อที่จะผลักดันการแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ กำลังพิจารณานโยบายช่วยผู้ประกอบการ SME ที่ประสบปัญหาการเสียภาษี โดยกลุ่ม SME ที่มีรายได้ 30 ล้านบาท จะเสียภาษีเต็มอัตรา 30% ซึ่งมองว่าหากอยากจะช่วย SME ให้สามารถมีศักยภาพในการแข่งขันควรเก็บภาษี ผู้ประกอบการธุรกิจที่รายได้ 100 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงปัญหาแหล่งเงินทุน ที่ต้องแก้ที่หลักเกณฑ์เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

นายพันธ์ธวัชยังพูดถึงการซื้อเสียงขายเสียงในช่วงเลือกตั้งว่าขณะนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่รับทุกพรรค ส่วนจะเลือกหมายเลขอะไรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ทำให้พรรคการเมืองซื้อเสียงไม่ได้ ซึ่งจะทำให้การลงทุนด้านการเมืองลดน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าลงทุนแล้วไม่ได้ผลก็จะตัดออกไปทีละคนสองคน สุดท้ายก็จะเหลือแต่พรรคการเมืองที่ทุนหนา ซึ่งก็จะทำให้ปัญหาวนลูปกลับไปสู่จุดเดิม ซึ่งพรรคเปลี่ยนหลังจากที่ขออนุญาตจาก กกต.แล้วก็จะเปิดรับบริจาคโดยให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นนายทุนของพรรค