หน้าแรก การเมือง บทนำ : แก้ตั๋...

บทนำ : แก้ตั๋วแพง

14.04.23 | 00:50 น.

บทนำ : แก้ตั๋วแพง

นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ปัญหาค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินในประเทศที่มีการสะท้อนว่าราคาสูงในหลายด้าน ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่ทำได้เร็วคือให้ทุกสายบินนำเข้าเครื่องบินเพิ่ม เพื่อเพิ่มซัพพลายในตลาดให้สอดรับกับดีมานด์ โดยสายการบินจะทยอยนำเข้าเครื่องบินเพิ่ม 21 ลำ อาทิ การบินไทย 4 ลำ นกแอร์ 4 ลำ ไทยแอร์เอเชีย 5 ลำ ไทยไลอ้อนแอร์ 5 ลำ ไม่รวมอีก 20 ลำที่แต่ละสายการบินกำลังซ่อม ดังนั้นจะมีเครื่องบินเข้าสู่ระบบรวม 41 ลำภายในปีนี้ คาดว่าจะเริ่มเห็นทิศทางราคาค่าตั๋วลดลงได้ในไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไป

ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยระบุว่า ธุรกิจการบินและการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว ทำให้ในปี 2566 นี้มีจำนวนเที่ยวบินเช่าเหมาลำระหว่างประเทศ หรือชาร์เตอร์ไฟลต์ มากขึ้น ข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2566 มีจำนวน 924 ไฟลต์ แยกเป็นมกราคม 253 ไฟลต์ กุมภาพันธ์ 288 ไฟลต์ มีนาคม 165 ไฟลต์ เมษายน 218 ไฟลต์ โดยเป็นการบินมาจาก 23 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ภูฏาน บัลแกเรีย กัมพูชา จีน ไต้หวัน จอร์เจีย ฮ่องกง อินเดีย อิหร่าน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเก๊า มาเลเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับ
เอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา อุซเบกิสสถาน เวียดนาม

ประเทศไทยประสบปัญหาตั๋วแพงมาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านี้นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นายกฯได้เน้นย้ำให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดทำให้ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากได้รับการร้องเรียน ทั้งนี้ การที่ตั๋วเครื่องบินมีราคาแพง เนื่องจากนับตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2565 คนต้องการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น หลังจากอัดอั้นมานานช่วงโควิดระบาด แต่สายการบินประสบปัญหาดำเนินธุรกิจจากการระบาดของไวรัสร้าย ทำให้มีจำนวนเที่ยวบินน้อย ที่นั่งลดลง ทั้งยังขาดแคลนพนักงาน และปัญหาน้ำมันแพง เป็นต้น

การท่องเที่ยวเป็นอีกเครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นการกระจายรายได้ดีที่สุด ปี 2566 การส่งออกไม่ดี ไตรมาสแรกติดลบจากภาวะเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจของประเทศจึงหวังพึ่งเครื่องยนต์ใหญ่สุดอย่างการส่งออกที่คิดเป็นร้อยละ 70 ของจีดีพีได้ยาก หากจะมีก็เพียงการท่องเที่ยวเท่านั้นที่ยังไปได้ดี และสามารถเติบโตได้อีก เมื่อรัฐบาลมีโครงการส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดย ททท.ตั้งเป้าหมายปีนี้ ประเทศจะมีรายได้ 2.38 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นตลาดต่างชาติ 30 ล้านคน และตลาดไทย 135 ล้านคน-ครั้ง หากไม่สามารถแก้ไขคลี่่คลายปัญหาตั๋วแพงได้ ย่อมกระทบต่อเป้าหมายรายได้ จึงจำเป็นต้องรีบดำเนินการ เพื่อให้เครื่องยนต์ตัวเดียวของประเทศทำงานได้อย่างไม่ติดขัดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศต่อไป

Advertisement