‘วันวิชิต’ วิเคราะห์การเมืองหลังเลือกตั้ง ‘ภูมิใจไทย’ ตัวแปรสำคัญชี้ขาดรัฐบาล

13.04.23 | 08:58 น.

‘วันวิชิต’ วิเคราะห์การเมืองหลังเลือกตั้ง ‘ภูมิใจไทย’ ตัวแปรสำคัญชี้ขาดรัฐบาล

เมื่อวันที่ 13 เมษายน ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึง อนาคตของการเมืองไทย ระบุว่า ตอนนี้การเมืองไทยแต่ละพรรค เริ่มตอกย้ำจุดแข็งกันก่อนมาแล้ว พรรคเพื่อไทย (พท.) เน้นไปในเรื่องของการลด แลก แจก แถม ประชานิยม ที่มาพร้อมกับแบรนด์นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ชูเรื่องปรองดอง และเน้นย้ำเรื่องความรัก และเชิดชูสถาบัน

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เน้นอุดมการณ์ต่อต้านพวกชังชาติ ขวาพอสมควร ส่วนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ก็ขายแนวคิดเชิงก้าวหน้าไปเลย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เน้นเรื่องประชาธิปไตยไม่โกง และไม่เห็นด้วยกับประชานิยม ทั้งยังมีอดีตที่ไม่ดีเอามากๆ กับครอบครัวชินวัตร ในหลายเวที เราจะเห็นความขัดแย้ง จาก 3-4 พรรค ที่กล่าวถึง ในประเด็นต่างทั้งเอา ไม่เอา ทักษิณ ใครอุ้ม เผด็จการ ใครโกง ใครไม่โกง สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างกำแพงให้พรรคเหล่านี้

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง กล่าวอีกว่า แต่อย่าลืมว่า หลังการเลือกตั้งไม่ว่าใครจะเป็นที่ 1 คุณต้องหาพวก ตอนนั้น พรรคตัวแปรจะกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง เมื่อเวลานั้นมาถึง คิดว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่จะได้เสียงเป็นอันดับ 1 ในขั้วรัฐบาลปัจจุบัน และมีความประนีประนอมมากที่สุดนี่เอง ที่จะถูกสปอตไลท์ส่อง นี่คือพรรคที่ จะกลายเป็นผู้กำหนดตัวรัฐบาลได้ เนื่องจากจำนวน ส.ส.ที่มากพอจะเป็นตัวแปรสำคัญ ไปจนถึงมิตรภาพทางการเมืองระหว่างภูมิใจไทย กับพรรคอื่นๆ

“ผมจะยกตัวอย่างให้ อย่างพรรคเพื่อไทย ถ้าอยากชนะ ส.ว. คุณต้องได้เสียง ส.ส.เกิน 375 เสียง แล้วถามว่า ถ้าต้องข้ามขั้วไปจับมือ การจับพลังประชารัฐ ที่มาโดยทหาร การจับกับประชาธิปัตย์ ที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันที่เลวร้ายมากๆ การจับมือกับภูมิใจไทย คุณคิดว่าจะเลือกจับกับใครดีกว่ากัน คำตอบมันชัดอยู่แล้ว ว่าต้องเป็นภูมิใจไทย เผลอๆ ไปจับพลังประชารัฐ ก็อาจจะไม่ได้ สว. ด้วย”

Advertisement

“แถมยังได้ชื่อร่วมมือกับพรรคทหารอีก แล้วฝ่ายรวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ ถ้าเกิดต้องการตั้งรัฐบาลแข่ง คุณต้องรวมเสียง ส.ส. ให้ได้เกิน 250 เสียง ดังนั้น มันชัดเจนว่า คุณต้องมองภูมิใจไทย ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทยแล้วว่า จะเลือกใคร การเมือง มันมีอำนาจซับซ้อน การตัดสินใจ น่าจะยากมากทีเดียว”