หน้าแรก การเมือง สแกนแคนดิเดตน...

สแกนแคนดิเดตนายกฯ เศรษฐา-บิ๊กตู่-ป้อม-พิธา

14.04.23 | 12:34 น.

สแกนแคนดิเดตนายกฯ
เศรษฐา-บิ๊กตู่-ป้อม-พิธา

ระยะเวลา 2-3 เดือนมานี้ คุณแพทองธาร ชินวัตร อยู่ในสถานะของการได้รับคะแนนนิยม เหมือนเป็นผู้แทนของพรรคในการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าดูจังหวะก้าวชีวิตซึ่งกำลังท้อง 8 เดือนจะคลอด มันดูจะชี้ให้เห็นว่าเกมของพรรคเพื่อไทยที่ทำให้คุณแพทองธารไม่เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อาจสัมพันธ์กับประเด็นด้านการมีบุตร โดยหลังการเลือกตั้ง น่าสนใจว่า จะต้องเลี้ยงดูบุตรก่อนหรือไม่ซึ่งมันจะเปิดทางให้แคนดิเดตหมายเลข 2 ขึ้นมาเป็นผู้นำ นั่นก็คือ คุณเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งในช่วงระยะเวลา 1 เดือนข้างหน้าจะทำให้เกิดความนิยมได้เท่ากับคุณแพทองธารหรือไม่

หรือพรรคเพื่อไทยคิดว่า ถ้าคุณแพทองธารเป็นนายกฯไม่ได้ ด้วยความติดขัดในประเด็นต่างๆ ก็ต้องยอมรับคุณเศรษฐาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

แต่จะเห็นได้ว่า เดิมทีแนวทางของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศออกมา คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. และยืนยันกันมาเช่นนี้อย่างเข้มแข็ง แต่พอเปิดตัวออกมากลับกลายเป็นอาจารย์ชัยเกษม นิติสิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 10 ไม่ใช่ลำดับที่ 1 แสดงว่าแรงกดดันเรื่องนายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. หรือข้อระแวงว่าอาจมีการตลบหลังเรื่องการไม่ได้เป็น ส.ส.ของแคนดิเดตพรรคเพื่อไทย อาจก่อให้เกิดปัญหา จึงเอาคุณชัยเกษมไปวางไว้ในตำแหน่ง

ข้อสำคัญที่ไม่ให้คุณเศรษฐาอยู่ในตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ มันเป็นภาวะ อาจถูกตั้งคำถาม เพราะก่อนหน้านี้เพียง 3 เดือน พรรคเพื่อไทยประกาศชน ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้นายกรัฐมนตรีเป็น ส.ส. แต่ต่อมากลับเป็นอื่น แล้วนโยบายต่างๆ จะแปรเปลี่ยน หรือเล่นลูกล่อลูกชนไปเรื่อยๆ หรือไม่

Advertisement

มาถึงพรรคก้าวไกล จะเห็นว่ายืนหยัดคนเดียว คือ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชูภาพเป็นความโดดเด่นในทุกด้าน ไม่แปรเปลี่ยนเป็นอื่น ถ้าดูการยอมรับของคนกลุ่มต่างๆ ดูการนำเสนอตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ได้แสดงออกถึงความสามารถทางความคิดทางการเมืองที่สูงมากและรอบด้าน ตอนนี้ภาวะผู้นำของคุณพิธาจึงโดดเด่น ในขณะที่ภาวะผู้นำของคุณแพทองธารนั้นมีผลจากการแบ๊กอัพของคุณทักษิณ แม้ว่าคุณพิธาก็มีแบ๊กอัพของ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และคุณปิยบุตร แสงกนกกุลอยู่ด้วยเช่นกัน

สำหรับพรรคภูมิใจไทย คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่สามารถสะท้อนภาพความเป็นผู้นำประเทศได้ชัดเจน เท่าสะท้อนภาพของความเป็นผู้นำแบบเจรจาต่อรอง สามารถเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การประกาศว่าต้องการ ส.ส. 100 ที่นั่ง เท่ากับว่า วางตำแหน่งของตนเองโดยไม่ได้ต้องการชิงความเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิทธิเป็นนายก แต่จะมีสิทธิเป็นนายกฯ ในสภาพส้มหล่นของเกมทางการเมืองที่อาจไม่ลงตัว

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 2 ท่านมีจุดอ่อน เรื่องการทำให้ประชาชนยอมรับว่ามีฝีมือ ที่จะทำให้ฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้ นอกจากนี้ ภาวะของความชราภาพก็เป็นอีกจุดสำคัญ ก่อนหน้านี้ 8-9 ปี คนยังรู้สึกเกรงขามในสถานะนายพล แต่เมื่อเวลาผ่านไปความปวกเปียก ก็เป็นภาพสะท้อนถึงภาวะของการนำต่อไม่ได้ ไม่มีเสน่ห์

ในขณะที่คุณจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ ก็ไม่สามารถทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเสียงในภาพรวม จึงเห็นภาพว่าทำไมต้องไปแคะ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาช่วยหาเสียงในกรุงเทพฯ ตอนนี้คุณจุรินทร์กลายเป็นหัวหน้าพรรคส่วนภูมิภาคมากกว่าประเทศ ขนาดเขตภาคใต้ยังไม่สามารถเป็นผู้นำในการช่วยเหลือให้ผู้สมัครต่างๆ ได้คะแนน ผู้สมัครของเขตภาคใต้ต้องกลายเป็นผู้แสวงหาคะแนนด้วยตัวเอง สภาพการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาได้ลดทอนลงจากพรรคที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มาเป็นพรรคที่อยู่กับฝ่ายที่รัฐประหารมากกว่า

พรรคไทยสร้างไทย นอกจากเสนอชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนากยกฯทำไมต้องพ่วง คุณศิธา ทิวาร และ คุณสุพันธุ์ มงคลสุธี ด้วย ทั้ง 2 ท่านไม่ตอบโจทย์ต่อการสร้างภาพในเชิงของพื้นที่ประเทศไทย คุณหญิงสุดารัตน์ไปปรับลุคมา แต่แต่ภาวะการนำ เรายังเห็นไม่ชัด

พรรคชาติไทยพัฒนา เวลาดูป้ายหาเสียงของคุณวราวุธ ศิลปอาชา ทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล จะเห็นว่ามีภาพของคุณวราวุธคนเดียว ไม่เห็นภาพของผู้สมัครคนอื่นๆ แนบมาด้วยเหมือนพรรคอื่น สภาพการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาน่าจะถดถอย เหลือแค่บางจังหวัด ไม่มีภาพระดับประเทศ

ที่มา : บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต