โพลมติชน-เดลินิวส์ เลือกตั้ง66 เปิดให้โหวตถึง 23.59 น.วันนี้ อจ.ชี้ปลุกเลือกตั้งคึก แนะถามเพิ่ม สว.เฟ้นนายกฯ
เมื่อวันที่ 13 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการเปิดโหวตโพลสองยักษ์ใหญ่ของประเทศ มติชน x เดลินิวส์ เลือกตั้ง66 ในรอบที่ 1 ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโหวตครั้งประวัติศาสตร์ชี้อนาคตการเมืองไทยจำนวนมาก ทั้งคำถามหัวข้อที่ 1 ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 ตามด้วยคำถามหัวข้อที่ 2 ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566 สำหรับวันที่หกของการโหวตโพลรอบแรก จากข้อมูลของทั้งสื่อเครือมติชน ได้แก่ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี รวมกับเดลินิวส์ ณ เวลา 15.00 น. พบว่าตัวเลขอัตราการเข้าถึงการโปรโมตเพื่อทำโพล หรือยอดรีช (Reach) การโปรโมตโพลทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย มีรวมกันมากกว่า 642,000 รีช นอกจากนั้น ในส่วนของจำนวนผู้ร่วมกดโหวตทำโพลผ่านเว็บไซต์ https://www.matichon.co.th/thai-election66-poll/ ของเครือมติชน และ https://www.dailynews.co.th/election-2566/poll/ ของเดลินิวส์ ตั้งแต่วันที่ 8-13 เมษายน มีรวมกันมากกว่า 76,661 ราย ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจยังมีเวลาช่วงโค้งสุดท้ายสามารถเข้าไปโหวตโพล มติชน x เดลินิวส์ เลือกตั้ง66 รอบที่หนึ่งผ่านเว็บไซต์ทั้งสองเว็บดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องจนถึงเวลา 23.59 น.ของวันศุกร์ที่ 14 เมษายนนี้
นายธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงโพล มติชน x เดลินิวส์ เลือกตั้ง66 ว่าข้อดีของโพลนี้คือการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งครั้งสำคัญที่สุดในเชิงระดับกว้าง และได้เห็นการตระหนักถึงเรื่องของนโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ ได้นำเสนอเข้ามาในคำถามทั้งสองคำถามคือ ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง 2566 และท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง 2566 นั้น เนื่องจากต้องเข้าถึงคนอย่างรวดเร็ว และทำให้คนเข้าร่วมได้อย่างไม่น่าเบื่อ การที่ต้องคัดสรรคำถามให้เหลือลดน้อยลงนั้นเป็นความจำเป็น ดังนั้น นายกฯที่ใช่ พรรคการเมืองที่ชอบ ก็ตอบโจทย์แล้ว เพราะในกรณีของหัวข้อพรรคการเมืองที่ชอบโดยนัยก็ตอบโจทย์ว่าเพราะคนนิยมในนโยบาย หรือทีมงานของพรรคการเมืองนั้นๆ คนจึงเลือก ซึ่งถ้าผลโพลออกมาแล้วเห็นคะแนนของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาก็จะสามารถอธิบายได้มากขึ้นว่าประชาชนเห็นว่าพรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาลแล้วได้สร้างความนิยมให้กับประชาชนอย่างจริงจังหรือไม่ และถ้าผลโพลออกมาถึงพรรคการเมืองที่เป็น ฝ่ายค้านและได้รับความนิยมในคะแนนเสียงตรงนี้ ก็จะตอบโจทย์ว่านี่คือความใฝ่ฝันของการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่มือของพรรคการเมืองกลุ่มใหม่ที่น่าจะทำงานได้ดีกว่าพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน ดังนั้น คำถามหัวข้อพรรคการเมืองที่ชอบจะครอบคลุมในหลายประเด็น
“ในส่วนหัวข้อนายกฯที่ใช่นั้น จะเห็นพรรคการเมืองหนึ่งที่มีแคนดิเดตนายกฯมากกว่า 1 คน หากมองในเชิงพรรคการเมืองนั้นอย่างเช่นพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อของแคนดิเดตนายกฯ 3 คน จะสะท้อนให้เห็นว่าคนในสังคมรู้จักชื่อที่เสนอเป็นลำดับที่ 2 และ 3 แค่ไหน อย่างไร เพราะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เปิดตัวมาก่อนหลายเดือน จึงทำให้คนมองเห็นว่า น.ส.แพทองธารถูกนำเสนอขึ้นมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่จากนั้นมี นายเศรษฐา ทวีสินประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่เพิ่งเปิดตัวมา ดังนั้น ถ้าคะแนนของนายเศรษฐาสูงขึ้นมาก็ชี้ให้เห็นว่าการมองเกี่ยวกับแคนดิเดตนายกฯในพรรคเพื่อไทยยิ่งนานวันก็จะเห็นบทบาทของนายเศรษฐามากขึ้น ซึ่งหัวข้อนายกฯที่ใช่ก็จะสอดรับไปกับหัวข้อพรรคการเมืองที่ชอบ เพราะทิศทางจะทำให้เห็นว่าถ้าเปอร์เซ็นต์ของนายกฯที่ใช่กับพรรคที่ชอบใกล้เคียงกันประชาชนที่จะไปเลือกตั้งก็มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรคเดียวจากบัตรสองใบ” นายธำรงศักดิ์กล่าว
นายธำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า การที่มีสื่อหลายสำนักออกมาทำโพลเลือกตั้งกันเป็นจำนวนมากนั้นมีผลดีคือ เป็นการสร้างความตระหนักให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้ามองถึงการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐ หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเห็นว่าล้มเหลว จากเมื่อก่อนจะเห็นว่า กกต.จะมีกลยุทธ์ในการที่จะประชาสัมพันธ์ ดังนั้น การที่สื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในเรื่องของการทำผลสำรวจนั้นช่วยกระตุ้นและก่อให้เกิดการตระหนักว่าการเลือกตั้งมีความสำคัญ ตอนนี้ทิศทางการตอบรับต่อการที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนจากโพลของสำนักต่างๆ มีสูงกว่า 80% ซึ่งอัตราเฉลี่ยของการเลือกตั้งจาก 2 ครั้งก่อนอยู่ที่ 75% เท่ากับว่าตอนนี้การกระตุ้นเพื่อทำให้คนเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งได้บรรลุความสำเร็จแล้ว
“คำถามที่ควรเพิ่มในการทำโพลครั้งต่อไปน่าจะถามเรื่องเกี่ยวกับบทบาทของ ส.ว.ในการโหวตนายกฯว่าประชาชนปรารถนาที่จะให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คน โหวตนายกฯไปในทิศทางใด ระหว่างให้ ส.ว.โหวตนายกฯไปตามเสียงของ ส.ส.ส่วนมากในสภา หรือให้ ส.ว.โหวตนายกฯไปตามใจปรารถนาของ ส.ว. ซึ่งก็จะทำให้เรามองเห็นความปรารถนาของประชาชนที่จะได้นายกฯหลังการเลือกตั้งที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น” นายธำรงศักดิ์กล่าว


