ดร.ณัฎฐ์ สวน พท. ชี้ ปชช.วิพากษ์แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทได้ ยันเป็นสิทธิตาม รธน.
เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฎฐ์ นักกฎหมายมหาชนคนดัง กล่าวกรณี นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม.พรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีหลายพรรคการเมืองโจมตีนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท และอาจสุ่มเสี่ยงจะถูกฟ้องได้ว่า การที่แกนนำพรรค พท.ไม่ฟังพี่น้องประชาชนแสดงความคิดเห็นติชมโดยสุจริต โดยไม่ได้ศึกษาข้อกฎหมายหรือปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยก่อน ไหนว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย เพียงแค่ประชาชน นักวิชาการ หรือพรรคการเมือง ต่างตั้งคำถามนโยบายแจกเงินดิจิทัล แต่กลับมีพฤติการณ์จะปิดปากพี่น้องประชาชนโดยการขู่จะแจ้งความบ้าง
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถามว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นเผด็จการหรือไม่ ทั้งนี้ นางพวงเพ็ชรควรไปอ่านสิทธิขั้นพื้นฐานรัฐธรรมนูญ ในการพูด แสดงออก เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถกระทำได้ จะต้องแยกแยะด้วยว่าสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการพูด ในการแสดงความคิดเห็นกับคำว่า “ใส่ความ” แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การใส่ความเป็นการลดคุณค่าในสังคม ถามว่าประชาชนเห็นต่าง เชิงตั้งคำถาม มีผิดกฎหมายอาญาและกฎหมายเลือกตั้งตรงไหน อย่างไร
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า คิดว่านางพวงเพ็ชรไม่สามารถตอบคำถามตนได้ เพราะนโยบายแจกเงินดิจิทัล พรรค พท.ประกาศบนเวที แต่ไม่ระบุรายละเอียดเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนทราบ เงินดิจิทัลสกุลเงินใด ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศรับรองหรือไม่ ตลาดหลักทรัพย์ประกาศรับรองหรือไม่ การแจกเงินเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้าหรือไม่ แล้วงบประมาณห้าแสนกว่าล้าน เอางบประมาณมาจากไหน ในเมื่อประเทศไทยเหลืองบประมาณในปี 2567 เพียงสองแสนล้าน หนี้สาธารณะพุ่งหรือไม่ หรือที่ประชาชนตั้งคำถามว่า แล้วเด็กแรกเกิดถึงอายุสิบห้าปี ไม่ได้รับสิทธิ แต่เป็นหนี้ประชากรรายหัว จะตอบกับผู้ปกครองทั้งประเทศว่าอย่างไร การเผยแพร่นโยบายให้ประชาชนทราบ เป็นกระบวนการตัดสินใจลงคะแนนในวันเลือกตั้ง แต่พอตั้งคำถามขู่จะฟ้องประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้เป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญให้การคุ้มครอง
“ให้เทียบเคียงกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมารณรงค์คัดค้านกัญชาเสรีของพรรคการเมืองหนึ่ง สามารถกระทำได้เพราะเป็นประโยชน์สาธารณะทั้งข้อดีและข้อเสีย สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หากพรรคการเมืองนั้นนำนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้ไปขับเคลื่อนเป็นนโยบายสาธารณะ ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเป็นผู้เสียภาษีให้แก่รัฐ สามารถตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ และสามารถคัดค้านได้ หากเป็นผลเสียแก่ประเทศโดยรวม โดยเฉพาะเกี่ยวกับนโยบายที่เกี่ยวกับเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมาย” นายณัฐวุฒิระบุ
นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า การพูด หรือให้ความเห็นของพรรคการเมือง นักวิชาการ หรือพี่น้องประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขอถามกลับนางพวงเพ็ชรว่าที่ประชาชนตั้งข้อสงสัย ตั้งข้อสังเกตเชิงตั้งคำถามผิดกฎหมายอะไร มาตราใด มันผิดตรงไหน เป็นเสรีภาพของประชาชนที่ตั้งคำถามต่อนโยบายพรรค ขนาดยังไม่ได้เลือกตั้ง จะหวังแลนด์สไลด์ ประชาชนจะได้รู้ว่านโยบายพรรคเพื่อไทย สามารถนำนโยบายแจกเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่นบาทให้แก่บุคคลที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปในรัศมี 4 กิโลเมตร และภายในระยะเวลาหกเดือน สามารถทำได้ ผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะ กกต.ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาด ทำให้เกิดตั้งคำถามว่า เงินสกุลดิจิทัล เป็นเงินอะไร ธนาคารแห่งประเทศไทยออกประกาศรับรองสกุลเงินหรือไม่ ตรงนี้ ประชาชนทุกคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ห่วงใยประเทศไทยจะต้องอยู่ในภาวะล้มละลาย ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนคนใด ถูกนางพวงเพ็ชร หรือพรรค พท. ดำเนินคดีให้ประสานมาที่ตน จะส่งทนายความไปช่วยและให้ฟ้องกลับทันที จะได้เป็นคดีตัวอย่างในประเทศไทย และขอให้ไปพิสูจน์กันในวันเลือกตั้ง
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนกรณี นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย แถลงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านวอลเล็ต โดยตั้งคำถามว่านโยบายแจกเงินถูกต้องหรือไม่ และการแจกเงินดิจิทัลไม่ช่วยเศรษฐกิจยั่งยืนนั้น นายโภคินเคยนั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้านนโยบายและแผนงานของพรรคเพื่อไทย มาก่อน ย่อมรู้ดีว่ามีความเป็นไปได้ต่อนโยบายดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ที่นางพวงเพ็ชร ยืนยันว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัล สามารถทำได้จริง ให้ชั่งน้ำหนัก ระหว่างนายโภคิน ที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญของบ้านเมือง อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา ประชาชนคิดเองว่าจะเชื่อใคร ตรงนี้ตนให้ความรู้กฎหมายแก่ประชาชน
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หากนางพวงเพ็ชรจะฟ้องประชาชนขออย่ากังวลจะได้ไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันตามกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับนโยบายแจกเงินดิจิทัล เพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ติชมด้วยความสุจริตเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง นโยบายพรรคการเมืองทุกพรรคได้ หากเป็นนักการเมือง ต้องยอมรับความเห็นต่างได้ นี่คือการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อย่างแท้จริง
ส่วน นายชูชาติ สีแสง อดีตผู้พิพากษา โพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะเชิงตั้งคำถามก็ดี โดย ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ประธานคณะกรรมการกำกับความเสี่ยงธนาคารธนชาติและอดีตนายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย ต่างให้ความเห็นในเชิงวิชาการ ลักษณะห่วงใยบ้านเมือง การแจกเงินดิจิทัลเพื่อไทย จะเห็นเศรษฐกิจไทยพังพินาศ เท่าที่ตนติดตามข่าว การวิเคราะห์เป็นไปตามหลักวิชาการ โดยนำรายชื่อคณะกรรมการสถาบันต้นไม้แห่งประชาธิปไตยมาเผยแพร่ และวิพากษ์วิจารณ์นโยบายแจกเงินดิจิทัล ซึ่งประชาชนไปค้นหาอ่านเอาเองได้ ขณะเดียวกัน กระบวนการตรวจสอบโดยภาคประชาชนต่อนโยบายพรรคการเมืองทุกพรรค จะทำให้ได้นายกรัฐมนตรี ผู้นำประเทศที่สง่างาม มีภาวะผู้นำสูง ยอมรับความเห็นต่าง ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย จึงอยากให้ประชาชนรู้เท่าทันถึงนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรค ตนไม่ได้บอกว่า ไม่ให้เลือกพรรคการเมืองใด อย่างไร เพราะคาบเกี่ยวผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่ให้ประชาชนมีสติ ศึกษานโยบายทุกพรรคการเมือง วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย ก่อนไปหย่อนบัตร อย่าให้ใครนำนโยบายขายฝันมาหลอกลวงได้

