ที่เห็นและเป็นไป : เลือกตั้งในกระแส‘อีกี้’
“อีกี้” คือมิวสิกวิดีโอเพลงวัยรุ่น ที่แต่งขึ้นมาและเปิดตัวรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้
ดังระเบิดเถิดเทิง คนแห่กันเข้าไปเปิดดูในโลกโซเชียล จนยอดวิวทะยานหลายล้านในพริบตา
ไม่เพียงกลายเป็นเพลงที่ยึคครองพื้นที่สงกรานต์ปีนี้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทุกท้องถนน ที่อลังการงานสร้างคือเป็นตัวชนวนให้เกิดไวรัลคลิปที่คนทุกเพศทุกวัยในทุกวงการไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหน มีชื่อเสียงเกริกไกรหรือโนเนมต่างไปขุดเอารูปเก่าๆ ของตัวเองมาอวด มาโพสต์โชว์กันเป็นที่สนุกสนาน
เป็นปรากฏการณ์ที่พร้อมใจกับทำในแนวทางเดียวกันโดยไม่แบ่งแยกด้วยเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น
นี่คืออิทธิพลของโลกออนไลน์ ที่ทำให้คนเข้าไปค้นหาว่า “อีกี้” คืออะไรกันทะลักล้น
“อีกี้” คือการเสนอภาพของ “สก๊อย” หรือเด็กสาวใจแตกที่วันๆ เที่ยวเกาะท้ายรถมอเตอร์ไซค์ “เด็กแว้น” มั่วสุมอยู่ตามมุมเมืองและท้องถนนต่างๆ
เนื้อหาของเพลง มีบางช่วงที่จะว่า “หยาบๆ” ก็คงไม่ผิด
แต่กลายเป็นกระแสที่คนในทุกวงการพร้อมจะมีส่วนร่วม
จนน่าสนใจยิ่งว่าอะไรเป็นเหตุของกระแส
เป็นไปได้หรือไม่ ที่คนไทยเวลานี้ ลึกลงไปแล้วโหยหาอดีตที่สนุกสนาน
เป็นไปได้หรือไม่ ที่ผู้สูงอายุจำนวนมากเปิดใจที่จะยอมรับชีวิตของวัยรุ่น คนหนุ่มคนสาว ไม่ว่าผู้ใหญ่คนนั้นจะเป็นใคร และวิถีของคนหนุ่มคนสาวจะอิงอยู่กับค่านิยมที่กำหนดแบบอย่างชีวิตที่ดีงามหรือไม่
การเมืองที่ถ่างช่องว่างระหว่างวัย สร้างกระแสให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ต่างสร้างความว้าเหว่ให้เกิดขึ้นในทุกฝ่าย
และความว้าเหว่นั้นอาจจะแปรมาเป็นความโหยหาที่จะเข้าอกเข้าใจกัน ระหว่าง “เด็กรุ่นใหม่” กับ “ผู้เฒ่าผู้แก่”
คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย รู้สึกอย่างไรกับการถูกตำหนิว่าไม่กล้าหาญพอที่จะสร้างโอกาสให้ลูกหลานได้ไขว่คว้าชีวิตที่ดีงาม
เป็นบรรพบุรุษที่ไม่กล้าหาญพอที่จะต่อสู้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมไว้ให้ลูกหลาน
ปล่อยให้สังคมเคลื่อนไหวในความเลวร้ายของความเหลื่อมล้ำ การเอารัดเอาเปรียบ จนทำให้คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ถูกปิดประตูการสร้างความสำเร็จให้ชีวิต
คนหนุ่ม คนสาวทำได้แค่ทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันๆ โดยมองไม่เห็นว่าจะสร้างอนาคตที่ดีงามได้อย่างไร
นโยบายยอดฮิตของพรรคการเมืองต่างๆ สะท้อนความสิ้นหวังในโอกาสพึ่งพาตัวเองของผู้คนในยุคสมัยนี้ได้ดีที่สุด นโยบายแจกเงิน ไม่ว่าจะเรียก “สวัสดิการ” หรือ “ประชานิยม” หรือ “อะไรก็ตาม”
ทุกพรรคต่างคิดวิธีแจกแข่งกัน พรรคไหนทำได้ถึงอกถึงใจมากกว่า พรรคอื่นก็รนรานที่จะคิดวิธีให้มากกว่ามาเกทับ
มีความเชื่อกันว่าความเลวร้ายในโอกาสสร้างอนาคตของเด็กที่เติบโตมาในยุคสมัยเช่นนี้ จะทำให้การตัดสินใจใหม่ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่นานข้างหน้านี้ จะเป็นการเลือกแบบ “เปลี่ยนความเป็นไปของประเทศ”
จะเลือกพรรคที่จะทำให้ “ประเทศไม่เหมือนเดิม” อีกต่อไป
ก่อนหน้านั้นเชื่อกันอย่างนั้น ว่า “คนรุ่นใหม่” จะไม่ทนกับ “นักการเมืองคุณภาพเก่า”
“นักการเมืองที่ไม่กล้าสร้างโอกาสในอนาคตที่ดีงามกว่าไว้ให้คนรุ่นหลัง”
แต่ปรากฏการณ์ยอมรับกระแส “ชีวิตสก๊อย” แบบ “อีกี้” โดย “คนรุ่นเก่า” เปิดรับกระแสอย่างเต็มอกเต็มใจ และเป็นไปอย่างกว้างขวางในช่วงสงกรานต์นี้ โดยพร้อมจะมองข้ามเนื้อหาของเพลง และภาพในมิวสิกวิดีโอที่สะท้อนชีวิตในวิถีที่ก่อนหน้านั้น คนที่เป็นผู้ใหญ่มองว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข
การยอมรับด้วยการเสนอตัวเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจจึงเป็นเรื่องน่าคิด
เป็นไปได้หรือไม่ที่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
กลุ่มคนที่จะเลือกแบบ “เปลี่ยนการเมืองของประเทศ” จะไม่ใช่เฉพาะคนหนุ่ม คนสาว คนรุ่นใหม่เท่านั้น
แต่ละครอบคลุมถึงผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ หรือคนรุ่นเก่า ที่รู้สึกผิด เนื่องจากไม่ต่อสู้เพื่อรักษาโอกาสสร้างอนาคตที่ดีงามไว้ จนทำให้ชะตากรรมของคนรุ่นใหม่ต้องเติบโตไปในความเคว้งคว้าง เพราะคลำหาโอกาสสู่ความสำเร็จไม่เคยพบ
อันเกิดเพราะ “ผู้ใหญ่ยอมจำนน” ให้ยุคสมัยเป็นไปเช่นนี้
คำตอบจะเป็นอย่างไร “ผู้ใหญ่ใส่ใจกับอนาคตของลูกหลานจริงหรือไม่”
พิสูจน์ที่ผลการเลือกตั้ง

