นโยบายคิดใหญ่ของเพื่อไทย แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาทนั้น
ทำให้สงกรานต์ ปีนี้ นอกจากจะเปียกด้วยน้ำที่สาดใส่กันแล้ว
ยังก่อให้เกิดสงกรานต์ “น้ำลาย” ชุ่มโชก คู่ขนานไปด้วย
โดยเฉพาะพรรคคู่แข่ง ต่างพ่นวาทะวิพากษ์วิจารณ์ความเป็นไปไม่ได้ และชี้ผลเสีย “ร้ายแรง” ของนโยบายนี้เพื่อสะกัด มิให้อภิมหาแลนด์สไลด์เกิดขึ้น ในการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมนี้
ซึ่งก็น่าสนใจว่าจะขวางเพื่อไทยได้หรือไม่
เพราะดูชาวบ้านจะขานรับนโยบายนี้ไม่น้อย
แต่กระนั้นก็ใช่ว่า การแจกเงิน 10,000 บาท จะราบรื่น
ด้วยเพราะกรณีนี้ มิได้เป็นการต่อสู้เฉพาะในสมรภูมิ “เลือกตั้ง” ที่เป็นการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองเท่านั้น
แต่ต้องยอมรับว่านโยบายนี้ มีข้อสงสัย และคำถาม จากทั้งนักวิชาการ นักธุรกิจ นักการธนาคาร รวมถึงประชาชนอีกมาก
ขณะที่เพื่อไทยเองก็มีคำอธิบายที่ยังไม่ชัดเจนหลายประเด็น ชวนให้น่าสงสัยอยู่มาก
ทำให้นโยบายแจกหมื่นบาท แก่ประชาชนกว่า 50 ล้านส่อมีขวากหนามตลอดรายทาง
นอกจากนี้ สิ่งที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งเคยเป็นปรปักษ์กับพรรคเพื่อไทยและระบอบทักษิณ มาอย่างยาวนาน
และแม้ปัจจุบันจะอยู่ภายใต้ธง “ลดขัดแย้ง” ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แห่งพลังประชารัฐ
ชูขึ้นมา
แต่นายไพบูลย์ ก็ยังคงถือเป็นตัวแทนฝ่ายอนุรักษ์เข้มข้น เป็นหัวหอกถล่มว่านโยบายแจก
1 หมื่นบาทนี้ คือปัญหาร้ายแรง
จึงส่งสัญญาณว่าแม้เพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งและนำนโยบายนี้มาผลักดัน แต่คงไม่ง่ายแน่
นายไพบูลย์เชื่อว่าจะได้รับการต่อต้านจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเต็มที่
โดยเฉพาะวุฒิสภา ซึ่งมีแนวคิดอนุรักษนิยมเป็นส่วนใหญ่ คงไม่เห็นด้วยและหาทางยับยั้ง
ถ้ายังไม่เป็นผล เรื่องก็น่าไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ
ซึ่งนายไพบูลย์ก็เชื่ออีกว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะไม่ให้ผ่าน เพื่อไทยมีสิทธิหัวคะมำอีกครั้ง
ต้องไม่ลืม หลังรัฐประหารปี 2557 มีการออกแบบตั้งแต่รัฐธรรมนูญไปจนถึงกฎหมายลูก
สะกัดไม่ให้รัฐใช้นโยบายประชานิยมอย่างไม่ระมัดระวังหลายด่าน
เช่น รัฐธรรมนูญปี 2560 ในหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 62 ที่บัญญัติไว้ในทำนองว่ารัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม
ซึ่งจุดนี้อาจสร้างปัญหาให้กับการแจกเงิน 1 หมื่นบาทได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ ยังบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 ตามมาตรา 245 อีกว่า
เพื่อประโยชน์ในการระงับหรือยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเสนอผลการตรวจสอบการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ของรัฐและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง ต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อพิจารณาในกรณีที่เห็นพ้องด้วย ให้ปรึกษาหารือร่วมกับ กกต.และ ป.ป.ช.หากที่ประชุมร่วมเห็นพ้องกับผลการตรวจสอบนั้น ให้มีหนังสือแจ้งสภา
ผู้แทนราษฎร วุฒิสภา
และคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบโดยไม่ชักช้า และให้เปิดเผยผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อประชาชนเพื่อทราบด้วย
ถือว่าเป็นช่องสะกัดนโยบายแจกเงินหมื่น อีกช่อง
นี้ยังไม่รวมกับสิ่งที่เหล่าบรรดานักร้อง ที่คงจะหานานาช่องสกัดเพิ่มอีก
ไม่ว่า พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 หรือ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561
เหล่านี้น่าจะทำให้นโยบายนี้มีปัญหาทั้งทางการเมืองและปัญหานิติสงครามจากขั้วอนุรักษ์
ถือเป็น “สมรภูมิ 10000” โหด ที่เพื่อไทยต้องเผชิญแน่ๆ
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

