หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ยันยึด...

เศรษฐา ยันยึดประโยชน์ ปชช. โพลมติชน-เดลินิวส์ ให้อยู่ที่ 3 ‘นิพนธ์-วราวุธ’ ลุยหาเสียงหนักขึ้น

16.04.23 | 05:52 น.

เศรษฐา ยันยึดประโยชน์ ปชช. โพล ‘มติชน-เดลินิวส์’ ให้อยู่ที่ 3 นายกฯคนที่ใช่ ‘นิพนธ์-วราวุธ’ ขอลุยหาเสียงหนักขึ้น

เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงผลโพลของมติชน-เดลินิวส์ ที่โหวตให้เป็นนายกฯที่ใช่ ได้ร้อยละ 16.69 ตาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้คะแนนนิยมเป็นอันดับ 1 ว่าหลักการเดียวกันกับที่ตอบเรื่องซูเปอร์โพล ถ้าอะไรออกมาไม่ดีเราก็พร้อมรับฟัง แม้จะออกมาดีแต่เราก็พร้อมรับฟังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของเรา พรรค พท.เอาประชาชนเป็นหลัก เอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ถามต่อว่า มองอย่างไรกับผลโพลที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลำดับรั้งท้ายต่อจากพรรคฝ่ายประชาธิปไตย นายเศรษฐากล่าวว่า ยังมั่นใจอยู่ในส่วนของเสียงฝ่ายประชาธิปไตย โดยเฉพาะพรรค พท.มั่นใจในนโยบาย มั่นใจในผู้สมัครว่ามีดีและน่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ผลโพลที่ออกมาจะเห็นว่าพรรค พท.และพรรค ก.ก.สลับกันตลอด มองว่าพรรค ก.ก.เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ได้มองพรรคอื่นเป็นคู่แข่ง พูดเสมอต้นเสมอปลายมาว่าคู่แข่งของตนคือความลำบากยากจน ความไม่เท่าเทียมในสังคม เราต้องแย่งกันในการที่จะขยายผลเรื่องนโยบาย ส่วนในพื้นที่เมืองที่พรรค ก.ก.และพรรค พท.ไล่กันมาก็คงไม่แก้อะไร เพราะเราพูดในนโยบายที่อยากจะทำ อาจจะมีการเน้นบางนโยบายมากขึ้น

Advertisement

ขณะที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลมติชน-เดลินิวส์ รอบแรก ที่ระบุว่าพรรค ปชป.เป็นพรรคที่ประชาชนจะเลือกเป็นอันดับ 6 และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าอยู่ในอันดับที่ 11 ของผู้ที่ประชาชนอยากเห็นเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า รับฟังทุกผลโพลมาเป็นแนวทางเพื่อนำมาดูจุดแข็งและจุดอ่อน สิ่งสำคัญคือการที่พรรคการเมืองต้องเดินหน้าลงพื้นที่ ไม่ใช่เชื่อโพลอย่างเดียวแล้วไม่ทำอะไร

นายนิพนธ์กล่าวว่า การเข้าถึงประชาชนและการรู้จักพบหน้ากันเป็นปัจจัยที่สำคัญมากกว่าการที่แต่ละคนจะมาบอกแค่ว่าจะเลือกพรรคไหน และปัจจัยต่างๆ ในเวลานี้ยังไม่นิ่ง จึงเร็วเกินไปที่จะสรุปผล แต่ควรให้รอดูในช่วง 7-10 วันก่อนจะถึงวันเลือกตั้งก็พอจะรู้หรือคาดคะเนได้ อย่างไรก็ตาม นายจุรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรคทุกคนยังเดินหน้าหาเสียงอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพราะประมาทไม่ได้ทางการเมืองต้องดูกันนาทีสุดท้าย

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ยอมรับในผลโพลที่ออกมา ตนก็เพิ่งมาเป็น หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาได้ 6 เดือนเศษ บวกกับแนวนโยบายที่พรรคได้นำเสนอครั้งนี้ เน้นเรื่องความยั่งยืนอย่างแท้จริง เห็นว่าเงินภาษีของประชาชนจะต้องใช้ให้คุ้มค่ากับผลตอบแทนที่รัฐบาล และประเทศชาติที่จะต้องได้ ดังนั้นแนวนโยบายของพรรคจึงเน้นความยั่งยืนและการทำให้พี่น้องประชาชนยืนได้บนลำแข้งของตนเองโดยไม่ใช่ไปรอแบมือขอเงินจากหน่วยงานต่างๆ

นายวราวุธกล่าวว่า เป็นผลดีในการที่มีโพลเช่นนี้ออกมา ทำให้ทั้งผู้สมัครของพรรค ตนเอง และพรรคชทพ.ต้องเร่งทำงานให้หนักขึ้นในเวลา 28 วันที่เหลือ เป็นแรงผลักดันให้เราต้องทำการบ้านมากขึ้น แต่ยังยืนยันว่าจะยืนอยู่บนเส้นทางของความยั่งยืนของประเทศไทย จะไม่ไปเบี่ยงเบนแปลกออกมา ยืนยันเส้นทางเดิมแต่ต้องทำงานให้หนักขึ้น และทำความเข้าใจและสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น