หน้าแรก การเมือง ‘ลิณธิภรณ์’ แ...

‘ลิณธิภรณ์’ แนะ ‘ธนกร’ ศึกษานโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลให้รอบคอบก่อน

16.04.23 | 09:49 น.

‘ลิณธิภรณ์’ แนะ ‘ธนกร’ ศึกษานโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลให้รอบคอบก่อน

แนะ ‘ธนกร’ ศึกษานโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลให้รอบคอบก่อน เย้ย พปชร.พรรคเก่าหาเสียงปี 62 ไม่ทำ ยังกล้าวิจารณ์พรรคอื่น

เมื่อวันที่ 16 เมษายน น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) รักษาการโฆษกพรรค และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวถึงกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตั้งข้อสงสัยที่มาของเงินในการดำเนินนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท พร้อมพาดพิงนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค พท. ซึ่งพูดว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนจะพ้นความยากจน โดยไม่ต้องพึ่งพาบัตรคนจนว่า เป็นการพูดในจินตนาการนั้น

“ก่อนที่นายธนกรจะวิพากษ์วิจารณ์ ควรศึกษาหาข้อมูลให้ครบถ้วนรอบคอบ หากฟังไม่ได้ศัพท์อาจจะสร้างความสับสนให้กับสังคมได้ แนวคิดของพรรค รทสช. หาเสียงนโยบายบัตรคนจนพลัส 1,000 บาท เป็นการแจกสงเคราะห์เฉพาะคนที่มีรายได้น้อย ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ของพรรค พท. ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี และเป็นนโยบายที่มีพลังในการกระตุกเศรษฐกิจที่ตกต่ำให้โงหัวขึ้น ผ่านการกระจายรายได้ไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ รายได้จะเกิดขึ้นในท้องถิ่น และเกิดการหมุนรอบของเศรษฐกิจ” น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าว

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เมื่อรวมเข้ากับนโยบายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นภายใน 4 ปี ทั้งการปรับฐานเงินเดือนขั้นต่ำผู้จบปริญญาตรีมาอยู่ที่ 25,000 บาท ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นมาอยู่ที่ 600 บาทต่อวัน รายได้เกษตรกรที่จะปรับขึ้น 3 เท่าภายใน 4 ปี เติมเงินให้ครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท ปรับราคาแก๊ส ค่าพลังงานลดลงทันที การพักหนี้เกษตรกร 3 ปี และ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ ฯลฯ จะช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ พรรค พท.มีปรัชญาและแนวคิดที่แตกต่าง การแจกทีละเล็กน้อยจึงเป็นเหมือนการหยอดน้ำข้าวต้ม ไม่มีพลังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาการทรุดหนักได้เพียงพอ พรรค พท.คิดใหญ่ ทำเป็น ทำได้จริง ทำมาแล้วและพร้อมทำอีก

Advertisement

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวอีกว่า ส่วนข้อสงสัยของนายธนกรแหล่งที่มาของงบประมาณในนโยบายดังกล่าวนั้น ไม่ใช่เรื่องอยู่ในจินตนาการอย่างที่นายธนกรกล่าวอ้างและด้อยค่า เพราะพรรค พท.ได้นำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว มีการระบุที่มาของงบประมาณที่จะใช้ในนโยบายอย่างชัดเจนตามกฎหมาย

รวมทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยที่จะเข้ามาฟื้นจีดีพีให้เติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี รวมทั้งการจัดเก็บรายได้รัฐที่มากขึ้น และการจัดสรรงบประมาณที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนออกไป ทั้งหมดพรรคและตัวแทนของพรรคได้ชี้แจงข้อซักถามของสังคมมาโดยตลอด และพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมทุกเมื่อที่มีโอกาส แต่นายธนกรไม่ฟังเอง

“นายธนกรเคยอยู่พรรคพลังประชารัฐ และตอนนี้ย้ายมาสังกัดพรรคใหม่ ก่อนจะซักถามหรือต่อว่านโยบายของพรรคอื่น ควรต้องถามตัวเองก่อนว่านโยบายที่หาเสียงไว้ในปี 2562 ทำได้บ้างหรือไม่ การย้ายมาตั้งพรรคใหม่ แต่นโยบายของพรรคเก่ายังไม่ทำ ไม่รับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง และยังวิจารณ์พรรคอื่นโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง เป็นการทำงานการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์หรือไม่ พรรคเพื่อไทยมีความตั้งใจจริง ที่จะนำพาพี่น้องประชาชนออกจากความทุกข์ยาก แม้ขณะนี้จะมีข้อซักถามมากมาย ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร แต่เมื่อถามประชาชน พี่น้องประชาชนอยากได้นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล เพราะโดนใจ แก้ปัญหาได้ตรงจุด พี่น้องประชาชนสนับสนุน” น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าว