สถานีคิดเลขที่ 12 : นัยยะน่าสนใจจากผลโพล ‘มติชน x เดลินิวส์’

17.04.23 | 12:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : นัยยะน่าสนใจจากผลโพล‘มติชน x เดลินิวส์’

ณ ตอนนี้ ผู้อ่านทุกท่านคงได้รับทราบผลโพลเลือกตั้ง’66 รอบแรก ที่สำรวจโดย “เครือมติชน”และ “เดลินิวส์” เรียบร้อยแล้ว

ก่อนอื่น ในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง คงต้องขออนุญาตกล่าวถึงลักษณะเด่นและข้อจำกัดของการสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้

ลักษณะเด่นของโพล “มติชนxเดลินิวส์” ได้แก่ การเป็น “โพลออนไลน์” ซึ่งเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามในปริมาณที่เยอะ คือ กว่า 8 หมื่นราย (แบบกรองไอพี) ภายในระยะเวลาแค่ 1 สัปดาห์

กระนั้นก็ดี ต้องยอมรับว่าโพลออนไลน์นั้นต้องอาศัยความสมัครใจของผู้อ่านที่คลิกเข้ามากรอกแบบสอบถาม ไม่ได้เป็นโพลที่คนทำเดินหรือโทรศัพท์ไปถามประชากรแต่ละจังหวัดในสัดส่วนที่เหมาะสม

จึงเห็นได้ว่าคนกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ จะเป็นกลุ่มตัวอย่างหลักในโพล “มติชนxเดลินิวส์”
ด้านหนึ่ง โพลออนไลน์อาจไม่สามารถสะท้อนให้เห็นภาพรวมของสนามเลือกตั้งทุกเขตได้อย่างครบถ้วนแม่นยำ

Advertisement

แต่อีกด้าน โพลประเภทนี้น่าจะพอมีศักยภาพในการประมวลกระแสหรืออารมณ์ความรู้สึกรวมๆ ของผู้คนจำนวนมากในสังคม และอาจใช้เป็นคู่มือคาดการณ์ผลการเลือกตั้งในบางพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร ได้บ้างตามสมควร

หากถามว่าโพล “มติชนxเดลินิวส์” รอบแรกนั้น บ่งบอกผลลัพธ์-ความนัยอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

ประการแรก แม้โพลนี้จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่าพรรคการเมืองที่มีคะแนนนิยมสองอันดับแรก ยังคงเป็น “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคก้าวไกล”

ทว่า ช่องว่างระหว่างพรรคอันดับหนึ่งกับพรรคอันดับสองกลับไม่ได้ห่างไกลกันมากนัก สอดคล้องกับโพลออนไลน์ของสำนักข่าวอื่นๆ ที่เผยแพร่มาก่อนหน้า แต่จะค่อนข้างแตกต่างกับผลลัพธ์อันเกิดจากวิธีวิทยาของสำนักโพลกระแสหลัก เช่น “นิด้าโพล” (ที่เพื่อไทยออกนำก้าวไกลอย่างขาดลอย)

ประการที่สอง เมื่อโพลลองตั้งคำถามที่ไม่ได้มีในบัตรเลือกตั้ง แต่มีนัยยะสำคัญในทางการเมือง นั่นคือ ใครเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากประชาชน?

ผลปรากฏว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากก้าวไกล มีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน จากเพื่อไทย ในอันดับสองและสาม

ในแง่หนึ่ง ผู้สนับสนุนเพื่อไทยอาจไม่ต้องวิตกกังวลอะไร เพราะหากบวกคะแนนของแพทองธารและเศรษฐาเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ก็จะสูงกว่าของพิธา ทั้งยังสอดคล้องกับคะแนนนิยมที่นำเป็นอันดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ในคำถามที่ว่าผู้อ่านจะเลือกพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งครั้งนี้

แต่อีกแง่หนึ่ง สถานภาพอันดับสอง-สามของแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ก็เผยให้เห็นถึงจุดเปราะบางที่ซ่อนอยู่

แม้การเปิดโอกาสให้แต่ละพรรคการเมืองสามารถมีตัวเลือกแคนดิเดตผู้นำประเทศได้ถึง 3 คน จะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560

แต่ในสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย ดูเหมือนประชาชนกลับต้องการอะไรที่มีความชัดเจน ทั้งในเรื่องอุดมการณ์ จุดยืน นโยบาย และสถานภาพความเป็นผู้นำ

บางที การมีแคนดิเดตนายกฯ มากกว่าหนึ่งรายของบางพรรคการเมือง จึงอาจกลายเป็นความคลุมเครือ ท่ามกลางความต้องการอะไรที่เด่นชัดจะแจ้ง

ผลกระทบแรกที่ปรากฏออกมา ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่าแพทองธารและเศรษฐาต้องแบ่ง/ตัดคะแนนนิยมกันเอง

ประการสุดท้าย โพล “มติชนxเดลินิวส์” ยังช่วยยืนกรานว่า กระแสความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” นั้นดำรงอยู่อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน เหนือกว่าคะแนนนิยมของบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิม และ/หรือพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมทั้งหมด

คำถามคือคะแนนของ “ประยุทธ์-รวมไทยสร้างชาติ” ในโพลจะแปลค่าออกมาเป็นจำนวน ส.ส. จริงๆ ได้ประมาณกี่คน?

และผลงานของรวมไทยสร้างชาติรอบนี้จะ “แข็งแรง” เท่าพลังประชารัฐเมื่อรอบที่แล้วหรือไม่?

ปราปต์ บุนปาน