‘เพื่อไทย’ ยัน 3 แคนดิเดตพร้อมนั่งนายกฯ ทุกคน ลั่น พร้อมเปลี่ยนแปลงออกจากระบอบประยุทธ์ โว คะแนนนิยมยังดีอยู่
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 เมษายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงยุทธศาสตร์การหาเสียงและการรณรงค์เลือกตั้งของพรรค พท. และการทบทวนยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท.ว่า 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท.มีความพร้อมทุกด้าน และมีความหลากหลายทั้ง 3 คน รวมทั้งพร้อมบริหารประเทศ โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับการยอมรับจากกลุ่มคนชนบทและประชาชนรุ่นใหม่ที่ต้องการเทคโนโลยีสนับสนุน นายเศรษฐา ทวีสิน เชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐกิจ นายชัยเกษม นิติสิริ ได้รับการยอมรับในกลุ่มราชการและวงการยุติธรรม สะท้อนความต้องการในหลากหลายกลุ่ม แก้ปัญหาได้หลากหลายด้าน สอดรับปัญหาปัจจุบันที่มีหลากหลาย ทั้ง 3 คนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี และทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ
นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ส่วนใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีขึ้นกับสถานการณ์ขณะนั้น หากเลือกใคร 2 คนที่เหลือก็พร้อมสนับสนุน เชื่อว่าประชาชนอยากเปลี่ยนแปลง พรรค พท.พร้อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงออกจากระบอบประยุทธ์ เป็นพรรคเดียวที่มีศักยภาพไปสู่การเปลี่ยนแปลงให้ประชาชน ขณะนี้ไม่เห็นพรรคใดจะชนะเป็นอันดับ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ การเลือกตั้งครั้งนี้พรรค พท.ต้องการชัยชนะเด็ดขาด จึงจะเปลี่ยนแปลงระบบประยุทธ์ได้

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ส่วนนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้น พรรค พท.ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นนโยบายที่ทุ่มครั้งเดียวแล้วให้เศรษฐกิจบูมขึ้น ยืนยันว่าพรรค พท.จะไม่ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประชาชนใช้อยู่ และประชาชนยังได้รับสิทธิเดิมอยู่ ไม่เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้ สิ่งที่พรรค พท.ชี้แจงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยืนยันว่าไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการเดิม รายได้ที่จะนำมาใช้ในโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลจะมาจากการเกลี่ยงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ตัดงบดูงานต่างประเทศ งบสุรุ่ยสุร่าย ไม่กระทบงบประจำของข้าราชการ พรรค พท.เตรียมแนวทางไว้พร้อมหมดแล้ว
นายภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า ส่วนความนิยมพรรค พท.นั้น หลังจากดูโพลจากทุกสำนัก โพลพรรค พท.และการส่งทีมงานลงพื้นที่พบว่า ความนิยมพรรค พท.ในระดับชุมชนอยู่ที่ 40-50% ส่วนพรรคอื่นที่ได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นก็เป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่ดีขึ้นในส่วนหัวเมืองใหญ่และ กทม. แต่คะแนนนิยมในหลายพื้นที่ยังเป็นของพรรค พท. ขณะที่คะแนนนิยมของฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันลดถอยลง ดังนั้น จึงไม่กังวลใดๆ เพราะพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยกำลังเติบโตไปด้วยกัน ในพื้นที่ กทม. พรรค พท.มีความมั่นใจ แต่การลงคะแนนของประชาชนในวันเลือกตั้งจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดของผลโพลทั้งหลาย
นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงอาการป่วยของนายชัยเกษมด้วยว่า ขณะนี้สุขภาพกลับมาดีแล้ว เลือดที่คั่งในสมองเป็นเลือดเก่า ไม่ได้ทับเส้นประสาทสำคัญใดๆ จะให้นายชัยเกษมพักผ่อนเต็มที่ ไม่ให้ใช้ร่างกายเกินความจำเป็น เชื่อว่าวันที่ 12 พฤษภาคม ที่เป็นการปราศรัยใหญ่ปิดท้ายจะได้เห็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท.ทั้ง 3 คนขึ้นเวทีพร้อมกันอีกครั้ง

