หน้าแรก Election Slide นายกฯขอ ครม.ท...

นายกฯขอ ครม.ทำงานต่อไป เมินโพลบิ๊กป้อมยืน 1 ก้าวข้ามขัดแย้ง ปัดวางยุทธศาสตร์เอื้อคนรวย

18.04.23 | 15:52 น.

‘บิ๊กตู่’ ขอ ครม.ช่วยกันทำงานต่อไป แม้เป็นช่วงรักษาการ ชี้ถือเป็นหน้าที่ เมินโพลหลัง ‘บิ๊กป้อม’ มาอันดับ 1 เป็นผู้นำก้าวข้ามความขัดแย้ง โวตัวเองไม่มีความขัดแย้งกับใคร ยก ปชต.ผิดว่าไปตาม กม. ชี้เลือกตั้งขึ้นอยู่กับ ปชช. ยันไม่มีนโยบายเอื้อเศรษฐี

เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 18 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าวันนี้ได้ขอบคุณทุกกระทรวงที่ร่วมกันทำงาน แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่ได้เน้นย้ำว่าเป็นหน้าที่ของพวกเรา ไม่ว่าอะไรก็ตามต้องช่วยกันทำงานกันต่อไปในนามของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งต้องทำหน้าที่ของเราอยู่ แล้วก็รอผลการเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกทีว่าจะมีรัฐบาลใหม่เมื่อไหร่อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เราหยุดงานไม่ได้ แม้จะมีการลากันบ้าง แม้ไม่อยู่ในที่ประชุม ครม.ก็ต้องทราบเรื่อง เพราะมีการแจกจ่ายเอกสารกันไปแล้ว ขอให้ทุกกระทรวงช่วยกันติดตาม ทั้งภาระหน้าที่ของตัวเอง และการบูรณาการงานร่วมกัน ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน เพราะนี่คือประเทศไทยของเรา

“วันนี้ต้องฝากขอบคุณกำลังพลและประชาชนที่ร่วมมือกับรัฐบาล ซึ่งก็ต้องขอความร่วมมือและขอความเข้าใจ ไม่มีอะไรที่จะทำได้ด้วยเพียงฝ่ายเดียว ขอให้เห็นใจกันบ้าง ทุกอย่างก็เต็มที่กันอยู่แล้ว รัฐบาลพยายามทำเต็มที่ ทำให้ดีที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายกฯกล่าวว่า ประเด็นทุจริตคอร์รัปชั่นแม้จะมีคดีมากขึ้น แต่ต้องดูว่าทำไมก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีก็เพราะปัจจุบันมีการแจ้งเบาะแสมากขึ้น มีคนได้รับผลกระทบมากขึ้น จึงมีการร้องเรียนเข้ามา จึงได้นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ แต่ไม่ใช่หมายความว่าไม่มีคดีแล้วไม่มีการทุจริต คงไม่ใช่ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยปล่อยปละละเลย ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน ไม่แจ้งเบาะแสก็คงลำบาก เพราะหลายอย่างเป็นเรื่องของการสมยอม ต้องช่วยกันแจ้ง และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

Advertisement

นายกฯกล่าวว่า ยืนยันไม่ปกปิดให้ใครทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังตัวเอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ได้ย้ำใน ครม.ตลอด และที่ปรากฏเป็นข่าวมากขึ้นก็เพราะรัฐบาลเอาจริงเอาจัง ประเทศเราจะดีขึ้นมาได้ด้วยคนทุกกลุ่มทุกฝ่ายรักและสามัคคีกัน และทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ อะไรที่เป็นความขัดแย้งก็ต้องเบาๆ ลงบ้าง เพราะบางทีก็ขัดแย้งกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ในเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ขอเปิดใจให้กว้าง

“ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมาเราทำเก่ง เรายอดเยี่ยม ผมไม่เคยคุยโม้โอ้อวดแบบนั้น ผมพูดแต่เพียงว่าอย่าให้ตื่นตระหนก เพราะภาพใหญ่เราเริ่มดีขึ้น เหลือแต่แค่จุลภาค และฐานรากของเราที่ต้องทำให้ดีขึ้น การทำอะไรจะต้องไม่มีผลส่งต่อไปในอนาคตในทางที่ไม่ดี ช่วงนี้ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองปลอดภัยก็แล้วกัน ทำให้บ้านเมืองมีความสุข เช่น ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา” นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่าสวนดุสิตโพลระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาอันดับ 1 เป็นนายกฯช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็โอเค ก็ฟังกันไป ดูกันไป แต่ก็เปลี่ยนกันทุกวันสำหรับผลโพล เรื่องก้าวข้ามความขัดแย้งก็ว่ากันไปเถอะ มันอยู่ที่พวกเราว่ามองว่ามันขัดแย้งกันหรือเปล่า หรือไม่มีความขัดแย้ง พวกเราก็ดูกันเอาเอง อย่างน้อยตรงนี้ตนก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร

“ผมไม่เคยขัดแย้งกับสื่อ ไม่เคยขัดแย้งกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพียงแต่ว่าเมื่อเขาทำผิดกฎหมายก็ต้องทำตามกติกาเท่านั้นเอง นี่คือประชาธิปไตยไม่ใช่เหรอ ทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต่างก็มีกฎหมายเป็นของตัวเอง ประเทศไหนไม่มีบ้างล่ะ แล้วประเทศไหนที่ไม่ใช่ กำลังมีกรณีความขัดแย้งเกิดขึ้น มีหรือไม่ ของเราถือว่าเบาที่สุดแล้ว และไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ระมัดระวังกันอย่างที่สุด ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่กันบ้าง อันตรายเกิดขึ้น เขามีครอบครัว มีลูกมีเมีย ไม่มีใครอยากจะทะเลาะกับประชาชนหรอก ทุกอย่างเราต้องช่วยกันปรับพฤติกรรมทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตนก็เตือนอยู่เสมอว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรม ขอให้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ใครผิดก็ว่าไปตามผิด และต้องถูกลงโทษเท่านั้นเอง ประเทศมันถึงจะอยู่กันได้ เพราะอยู่ด้วยคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย ถ้าเราเกลียดกันไปมา ไม่ไว้ใจกัน ประเทศก็ไปไม่ได้อยู่ดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ช่วงนี้เป็นช่วงการหาเสียงก็ว่ากันไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน แต่ก็ขอให้ดูด้วยว่าประเทศไทยวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน หลายคนอาจจะไม่สังเกต บางคนสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ก็ไม่รู้ตัว บางคนเกิดไม่ทันว่าก่อนหน้านี้เราลำบากแค่ไหน มีถนน มีรถไฟฟ้าแบบนี้หรือเปล่า บางคนลืมสังเกต อยากจะได้อะไรที่ดีกว่าเดิม ซึ่งรัฐบาลนี้เตรียมยุทธศาสตร์ไว้หมดแล้ว จะเดินอย่างไรสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ใครเป็นพิเศษ ไม่ใช่ทำเพื่อนักธุรกิจ หรือคนรวย ตนไม่ใช่คนแบบนี้อยู่แล้ว