ประธาน กกต. เผย มีร้องเรียนทำผิดเลือกตั้งแล้ว 32 เรื่อง ทั้งซื้อเสียง ใส่ร้ายป้ายสี ยัน พิจารณาตามพยานหลักฐาน เตือนพรรคการเมืองหาเสียงตามกรอบนโยบาย อย่าเกินเลย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 เมษายน ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งเข้ามาแล้ว 32 เรื่อง แบ่งเป็น ร้องเรียนการหาเสียงหลอกลวง ใส่ร้าย 15 เรื่อง ซื้อเสียง 8 เรื่อง เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจะพิจารณาทันทีไม่ได้ ต้องเข้าสู่กระบวนการตามระเบียบสืบสวนไต่สวน โดยจะดูว่าคำร้องนั้นเป็นคำร้องตามระเบียบหรือไม่ หากเป็นก็จะดูเนื้อหาคำร้องว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้ามีก็จะรับคำร้อง แล้วเข้าสู่กระบวนการสืบสวนไต่สวน แล้วส่งให้จังหวัด ก่อนส่งกลับมาขอความเห็นจากส่วนกลาง และส่งให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยพิจารณาก่อนเข้าสู่ที่ประชุม กกต. อีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาเพราะกระบวนการวินิจฉัยคำร้องเป็นเรื่องกระทบสิทธิกับทุกฝ่าย ต้องให้ความยุติธรรม การพิจารณาคำร้องส่วนใหญ่จะไม่ทันวันเลือกตั้ง เนื่องจากกระบวนการสืบสวนไต่สวนจะต้องมีการสอบถามพยาน มิเช่นนั้นจะเป็นการเร่งรีบตัดสินใจโดยที่ข้อมูลไม่เพียงพอและไม่เป็นผลดีกับใคร
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กกต.นราธิวาส ขอให้ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 นราธิวาส ปลดป้ายหาเสียงที่มีข้อความ “ปัตตานีจัดการตัวเอง” เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงท้วงติงมา กรณีนี้ถือเป็นการใช้สิทธิหรือเข้าข่ายขัดต่อระเบียบหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบ แต่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยหลักผู้สมัครจะหาเสียงเกินขอบเขตของการกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองไม่ได้ ซึ่งจะต้องดูในเรื่องนี้ด้วย นอกจากประเด็นที่มีความเปราะบางในพื้นที่หรือไม่
“นโยบายของพรรคการเมืองต้องไปมาตรา 57 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และมาตรา 74 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำหนดว่าในการหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้นต้องไม่ขัดหรือแย้งกับแนวทางที่กำหนดเป็นนโยบายของพรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หากหาเสียงเกินกรอบ ก็เป็นความผิด โดยพรรคการเมืองสามารถชี้แจงต่อ กกต.ได้

