“ไทยภักดี” เปิดปราศรัยใหญ่เวทีแรกที่พิษณุโลก “จากถิ่นที่อยู่ สู่ประเทศ” “หมอวรงค์” ลั่นคนเป็นนายกฯ ต้องเป็นลูกจ้างปชช.
เมื่อวันที่ 19 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 เมษายน ที่เวทีสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมด้วย นายถาวร เสนเนียม ประธานพรรคฯ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช เลขาธิการพรรคฯ นายทินกร ปลอดภัย ผอ.พรรคฯ ยกทีมปราศรัยเวทีใหญ่เวทีแรกหลังได้ เบอร์ 21 ที่ จ.พิษณุโลก พร้อมเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 5 เขตของ จ.พิษณุโลก โดยมีประชาชนมาร่วมรับฟังการปราศรัยกว่า 1,000 คน
นพ.วรงค์ กล่าวว่า การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่พิษณุโลกเป็นความตั้งใจที่จะกลับมาขออนุญาตชาวพิษณุโลกเพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปกป้องสถาบัน ตามชื่องานในวันนี้คือ“จากถิ่นที่อยู่ สู่ประเทศ”เพราะประเทศมีปัญหาหลายอย่าง และคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องถือว่าเป็นลูกจ้างของประชาชน ตอนนี้ค่าไฟแพง แต่ตนจะทำเกษตรเพื่อพลังงาน ทำให้ค่าไฟฟ้าเหลือ 2.50 บาท/หน่วย แก๊สหุงต้มถังละ 225 บาท ปุ๋ยยูเรียกระสอบละ 750 บาท ปลดหนี้เกษตรกรภายใน 3 ปี เหล่านี้คือความยั่งยืนไม่ใช่นโยบายที่เน้นแต่การแจก
นพ.วรงค์ กล่าวว่า การเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าวเราต้องฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคของประเทศวันนี้มีขบวนการล้มล้างการปกครอง ล้มเจ้า ดึงฟ้าต่ำ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายยกเลิก มาตรา 112 การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการเปลี่ยนประเทศเป็นสหพันธรัฐ ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงชี้อนาคตประเทศไทย สังคมจะสงบสุขหรือพรรคการเมืองบางพรรคจะชักศึกเข้าบ้าน ทำให้เกิดสงครามกลางเมือง ไทยภักดีพรรคเดียวเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งให้ประชาชน
ด้าน นายถาวร กล่าวว่า นพ.วรงค์ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยมีความกล้าหาญ มือสะอาด เป็นนักตรวจสอบการทุจริตเป็นที่ประจักษ์และรับรู้กันดี ที่สำคัญ นพ.วรงค์เป็นคนแรกที่แสดงจุดยืนและออกมาปกป้องสถาบันฯต่อสู้กับพวกล้มเจ้า ได้ก่อตั้งกลุ่มไทยภักดีขึ้นและได้พัฒนากลายมาเป็นพรรคไทยภักดีในวันนี้ อุดมการณ์ชัดเจนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น พรรคไทยภักดี ให้ความสำคัญกับเกษตรกร สินค้าเกษตรต้องมีราคาที่ดีกว่านี้ เกษตรกรควรมีหน้าที่หรือสามารถเข้าไปกำหนดราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดได้เหมือนกับอ้อย ต้องผลักดัน จ.พิษณุโลกให้เป็นศูนย์กลางความเจริญของอินโดจีนรวมถึงถึงเวลาที่ต้องกระจายงบประมาณมาสู่ท้องถิ่นให้มากขึ้น กระจายความเจริญให้มากกว่านี้ งบประมาณควรลงสู่พี่น้องเกษตรกรโดยเพราะการจัดการเรื่องน้ำให้สู่ไร่นาทุกแปลง
นายถาวร กล่าวต่ออีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคฯส่งผู้สมัครส.ส.ทั่วประเทศ 301 เขต โดยเน้นการเมืองเชิงสุจริต เชิงอุดมการณ์ ซึ่งที่พิษณุโลก เรามีผู้สมัครส.ส. 5 คนประกอบด้วย นางเฉลิมศรี จันทร์หิรัญ เขตเลือกตั้งที่ 1 นายทองคำ รอทอง เขตเลือกตั้งที่ 2 นางรัตติกร บัวจรูญ เขตเลือกตั้งที่ 3 นายสมบูรณ์ จำเนียรสุขสกุล เขตเลือกตั้งที่ 4 และนายอวยชัย ใจรักษ์ เขตเลือกตั้งที่ 5 ทุกคนมีความตั้งใจ และอุดมการณ์ทั้ง 301 คน ตรงกันแน่นอน ซึ่งในวันที่ 14 พฤษภาคม วันเลือกตั้ง แต่ตนทราบดีว่า วันนี้มีการซื้อเสียงกันแล้ว โดยเฉพาะจากพรรคใหญ่ พรรคที่รับเงินจากทุนสามานย์ ทุนผูกขาด ทุนสีเทา สีดำมา
“ถ้าพี่น้องเลือกนักการเมืองประเภทนี้ ก็ยากจะขจัดวงจรอุบาทว์ ตนต้องการให้บ้านเมืองของเราเจริญก้าวหน้า ต้องการให้พิษณุโลกเป็นประตูสู่อินโดจีน ขึ้นเหนือไปจีน ไปตะวันตกไปพม่า ไปตะวันออกไปลาว เวียดนาม ไปใต้ลงไปสิงคโปร์ มาเลเซีย ที่นี่คือประตูสู่อินโดจีน เรามีชุมทางรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุด มีสนามบินนานาชาติ มีลุ่มน้ำ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่สำคัญเรามีพี่น้องประชาชนที่ไม่ขายสิทธิ์ขายเสียง ถ้าต้องการให้พิษณุโลกเจริญก้าวหน้า ไม่ให้วงจรอุบาทว์กลับมา ต้องการให้ประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์”

