กระทรวงสาธารณสุขเตือนภัย โควิด-19 กลับมา ระบาดอีกครั้ง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมติดตามสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 18 เมษายนว่า กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรครายงานสถานการณ์หลังสงกรานต์ ที่มีประชาชนออกไปร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อาจทำให้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญ ข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้ง 12 เขตสุขภาพ ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจสะสมไม่ถึง 20 ราย และสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 2 ราย สายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทย ขณะนี้ยังเป็นลูกผสมโอมิครอน XBB.1.5 ส่วนลูกผสม XBB.1.16 ที่มีการรายงานพบผู้ติดเชื้อในไทย ภาพรวมยังเป็นโอมิครอนอยู่
ขณะที่ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน XBB.1.16 (อาร์คทูรัส) ว่า ปัจจุบัน พบการติดแล้วจำนวน 27 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2566) ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อในช่วงเดือนมีนาคม 2566 จำนวน 22 ราย และเดือนเมษายน 2566 พบเพิ่มอีก 5 ราย ซึ่งสายพันธุ์ XBB.1.16 อาจมีความสามารถในการแพร่เชื้อในระดับที่มากกว่าสายพันธุ์ย่อย XBB.1 และ XBB.1.5 มีศักยภาพการหลบภูมิคุ้มกันคล้ายกับ XBB.1 และ XBB.1.5 แต่ยังไม่มีหลักฐานเรื่องความรุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้สายพันธุ์ XBB.1.16 พบครั้งแรกจากประเทศอินเดีย
นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเรื่อง การระบาดรอบใหม่กับสายพันธุ์ใหม่ว่า เพิ่งเริ่มต้น สิ่งที่ควรรู้มีดังนี้ การระบาดเพิ่งเริ่มต้นและจะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ไปถึงจุดสูงสุดเดือนมิถุนายน และจะไปลดลงในเดือนกันยายน ตามฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจ ที่สูงกลางเดือนพฤษภาคม เนื่องจากเป็นฤดูฝน นักเรียนเปิดเทอม เป็นผู้แพร่กระจายที่ดี XBB.1.16 หรือสายพันธุ์ดาวดวงแก้ว (Arcturus) นี้ แพร่กระจายได้เร็วกว่า XBB.1.5 ประมาณ 1.2 เท่า ระบาดเร็วมากกว่า 20 ประเทศแล้ว ประเทศไทยก็คงหนีไม่พ้นสายพันธุ์ดาวดวงแก้วเข้ามาแทนที่สายพันธุ์เก่าแน่นอน
ทั่วโลกและประเทศไทยเคยประสบปัญหาโควิดระบาดรุนแรงมาแล้ว ทั้งพิษภัยของไวรัสตัวนี้ต่อสุขภาพ และผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เป็นบทเรียนใหญ่หลวงที่พึงต้องตระหนัก การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ แม้ว่าไม่มี นัยสำคัญทั้งจำนวนตัวเลขและความรุนแรงก็ตาม แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ การที่หน่วยงานภาครัฐออกมาแจ้งเตือนถึงการระบาด เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ หาทางป้องกัน รวมถึงเฝ้าระวังใกล้ชิด รณรงค์กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีน ลดเจ็บป่วยรุนแรงถึงชีวิต ถือเป็น
อีกแนวทางช่วยสกัดการกลับมาระบาด ช่วงที่มีการจัดเวที อภิปรายหาเสียง ซึ่งอาจมีความเสี่ยง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตื่นตระหนกเกินเหตุ จนกระทบกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นำเสนอนโยบายให้ประชาชนได้รับรู้

