ผบ.ตร.โชว์พร้อม ระดม 130,000 นายดูแล 90,000 หน่วยเลือกตั้ง เปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยฯ(คลิป)

20.04.23 | 12:39 น.

ผบ.ตร.เปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยความสงบเรียบร้อยจัดเลือกตั้ง พร้อมเตรียมกำลังตำรวจ 130,000 นาย ดูแลความเรียบร้อยทั่วประเทศ


เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยก่อนเข้าประชุม ว่าวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อร่วมกันวางแนวทาง กำชับการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และการเตรียมพร้อมก่อนถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พฤษภาคม และการเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้  พร้อมกับสอบถามความพร้อมของแต่ละหน่วย โดยตั้งเป้าว่าภายในสิ้นเดือนนี้ทุกหน่วยจะต้องดำเนินการอบรมให้ความรู้ด้านข้อกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยให้เสร็จสิ้น

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยต่อว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งนั้น จะใช้กำลังตำรวจกว่า 130,000 นายดูแลความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งกว่า  90,000 หน่วยทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นจะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นายคอยดูแลความปลอดภัยต่อหน่วยเลือกตั้ง 1 หน่วย ชุดเคลื่อนที่เร็ว ชุดสืบสวนหาข่าว ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ประเมินว่ามีการแข่งขันสูงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะจับตาเป็นพิเศษในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 และภาค 7 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะมีการใช้ความรุนแรงจนถึงชีวิต

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยต่อว่า ส่วนกรณีที่เกิดเหตุปาระเบิดใส่รถหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมืองหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการนั้น ในวันนี้จะตรวจสอบว่ามีพรรคการเมืองใดร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมหรือไม่  ซึ่งหากผู้สมัครรู้สึกไม่ปลอดภัยก็สามารถร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัยได้ โดยผู้บัญชาการแต่ละหน่วยมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติตามความเหมาะสม

Advertisement

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยต่อว่า ส่วนปัญหาการทำลายป้ายหาเสียงนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงกว่า 600 ป้าย โดยเกิดจากหลายสาเหตุทั้งจากผู้เห็นต่าง คนเมาสุรา และคนมีความผิดปกติทางจิต โดยดำเนินคดีไปแล้ว 54 คดี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการติดป้ายหาเสียงขวางทางบดบังวิสัยทัศน์ ซึ่งอาจมีการไปทำลายป้ายหาเสียงได้

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า การทำลายป้ายถือเป็นความผิดทำให้เสียทรัพย์ เป็นความผิดตามกฎหมาย ถ้าเห็นว่าจุดไหนไม่เหมาะสมก็แจ้งมาได้ที่ 191 ตำรวจจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการให้

ผบ.ตร. จัดกำลังตำรวจ 130,000 นาย สนับสนุนการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2566 พร้อมเปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งฯ สืบสวน ติดตามสถานการณ์ บังคับใช้กฎหมายในห้วงการเลือกตั้ง

ต่อมามีการประชุมเปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) ตามแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (พิทักษ์เลือกตั้ง/66) โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ , พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งฯ, พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รอง จตช. พร้อมด้วยเลขาธิการ กกต., รองเลขาธิการ กกต., กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และคณะ

ต่อมาร่วมแถลงผลการประชุมว่า ตร. ได้กำหนดเปิดศูนย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 17 พ.ค.66 รวม 28 วัน เพื่อสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ.2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับภารกิจในห้วงแรกที่ดำเนินการไปแล้ว คือ การรักษาความปลอดภัยสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ สถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง และการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับในห้วงต่อไป จะเป็นภารกิจการขนส่งบัตรเลือกตั้งไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ การรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค.66 ซึ่งมีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า รวม 2,153,450 ราย (นอกเขต/ในเขต 2,042,381 ราย นอกราชอาณาจักร 111,069 ราย) และเลือกตั้งทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.66 โดย ตร. ได้จัดกำลังตำรวจดูแลหน่วยเลือกตั้ง 94,913 หน่วย หน่วยละอย่างน้อย 1 นาย รวมถึงภารกิจอื่น ๆ เช่น การจัดชุดสืบสวนหาข่าว ชุดรักษาความสงบเรียบร้อย ชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อเข้าระงับเหตุ ชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกการจราจร จัดกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยทุกขั้นตอนการปฏิบัติ ตั้งแต่ก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง จนถึงการนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง แล้วเสร็จ ตลอดจนนำส่งหีบบัตรเลือกตั้งไปยังที่เก็บรักษาบัตร มีการใช้กำลังตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจสันติบาล ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และตำรวจทุกหน่วยในสังกัด คาดว่าจะใช้กำลังตำรวจในการสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ มากกว่า 130,000 นาย

ทั้งนี้ ตร. ได้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม (29 มี.ค.66 – 10 เม.ย.66) จับกุมคดีอาชญากรรมประเภทต่างๆ รวม 50,455 ราย จับกุมผู้ต้องหา 53,525 คน และจับกุมคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวม 4,391 ราย จับกุมผู้ต้องหา 4,320 คน และตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.66 เป็นต้นมา พบว่ามีการกระทำความผิดทำลายป้ายหาเสียง จำนวน 639 ป้าย ในพื้นที่ 21 จัดหวัด ดำเนินคดีอาญา 54 คดี โดยอยู่ในพื้นที่ กทม. ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสาน

การเปิดศูนย์ฯ วันนี้ฯ ผบ.ตร.ได้มีข้อเน้นย้ำในเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดปฏิบัติ ดังนี้
1. กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำความผิด ให้วางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่โดยเคร่งครัด และขอให้หน่วยที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกร้องเรียนว่าวางตัวไม่เป็นกลาง ให้หน่วยเร่งรัดสืบสวนและสรุปข้อเท็จจริง แล้วรายงานมายัง ตร. ทราบ (ผ่าน ศปก.ตร.)
2. ให้ทุกหน่วยจัดฝึกอบรมข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่สำหรับภารกิจการสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามระเบียบ กฎหมาย และเตรียมความพร้อมการปฏิบัติ รวมถึง การจัดทำแผนการปฏิบัติ แผนเผชิญเหตุ
3. วางมาตรการในการป้องกันเหตุความไม่สงบเรียบร้อย การปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง หรือการจัดกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มการเมือง หรือพรรคการเมืองทุกพรรคในพื้นที่รับผิดชอบ
4. กำหนดการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในระหว่างวันที่ 4 – 10 พ.ค.66 รวม 7 วัน ให้เน้นกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อาวุธสงคราม ตลอดจนการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับเลือกตั้ง
5. วางแผนการบริหารจัดการกำลังพลสนับสนุนการปฏิบัติตามที่กกต. ร้องขอ

พร้อมขอความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ พรรคการเมือง และประชาชน ขอให้พึงระมัดระวังอย่ากระทำการใดที่ผิดต่อกฎหมายทางอาญา หรือกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และขอความร่วมมือประชาชน แจ้งข้อมูล เบาะแส สอดส่องพฤติกรรม หรือการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ได้ที่สถานีตำรวจในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หรือ โทร. 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชม. หรือแจ้ง กกต. ในพื้นที่ทราบ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม ตามกฎหมาย