สถานีคิดเลขที่ 12 : นโยบายร้อนๆ

21.04.23 | 12:00 น.

นโยบายร้อนๆ

ทุกพรรคการเมือง ปล่อยนโยบายหาเสียงเพื่อจูงใจประชาชนออกมาหลายระลอก หลายชุด หวังเป็นทีเด็ดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ตัดสินใจในวันเดินเข้าคูหากาบัตร 14 พฤษภาคม ซึ่งนับวันเวลา ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว

นโยบายหนึ่ง ที่ร้อนแรงอย่างมาก ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท

บ้างก็ว่า นโยบายนี้ทำให้พรรคเพื่อไทยคะแนนนิยมพุ่งสูงขึ้น เพราะเป็นการแจกเงิน ที่มีการบ่งชี้ว่า จะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนอย่างไร และจะเป็นภาษีที่เพิ่มขึ้นให้กับรัฐบาลได้อย่างไร

เติม 10,000 บาท ให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้ซื้อสินค้าในรัศมี 4 กิโลเมตรจากที่อยู่ในบัตรประชาชน ต้องใช้ให้หมดใน 6 เดือน ให้ครั้งเดียว

Advertisement

บ้างก็วิจารณ์ด้านลบรุนแรง ว่าประชานิยมสุดๆ จะส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ อะไรทำนองนั้น

ที่น่าสนใจก็คือ เป็นนโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ ดาหน้าออกมาวิจารณ์อย่างเสียหายกันถ้วนหน้า อันน่าจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า นโยบายของเพื่อไทยข้อนี้ ส่งผลสะเทือนต่อการเลือกตั้งอย่างสูงมาก

ขณะเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ผู้ประกาศนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทดังกล่าว แสดงความโดดเด่นขึ้นมาบนสนามเลือกตั้งได้ทันที

เพราะเป็นมือบริหารด้านธุรกิจเป็นพื้นฐาน การนำเสนอนโยบายนี้ คือ พุ่งเป้าไปในเรื่องเศรษฐกิจ อันเป็นคุณสมบัติความถนัดของนายเศรษฐาไปพร้อมกันด้วย

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ใส่ชื่อแคนดิเดตนายกฯ ไว้ครบโควต้า 3 คน

ต้องวิเคราะห์กันหลายมุมว่า แล้วใครจะเป็นเบอร์ 1 ถ้าหากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ชื่อไหนที่จะหยิบขึ้นมาเสนอต่อที่ประชุมสภา

มองไปแล้ว อีก 2 แคนดิเดต น่าจะติดขัดประเด็นสุขภาพ

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร อยู่ในช่วงเตรียมคลอด ระยะนี้หมอสั่งงดออกเดินสายหาเสียงแล้ว ส่วนนายชัยเกษม นิติสิริ ล่าสุดก็ต้องพักรักษาตัวจากอาการพบก้อนเลือดแห้งในสมอง

วันนี้จึงมีเศรษฐา นำทัพออกปราศรัยหาเสียงแบบโชว์เดี่ยว

แถมนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่เศรษฐาเป็นผู้ประกาศ กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง

นักวิเคราะห์จึงมองกันว่า นายเศรษฐาน่าจะเป็นเบอร์ 1 ของแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยมากกว่า

เพราะแม้ว่าจะไม่เคยลงเล่นการเมือง แต่ก็เป็นนักสังเกตการณ์ทางการเมืองที่ใกล้ชิดมาตลอด นำเสนอแนวคิดทางการเมืองต่อสังคมมาตลอด เมื่อบวกเข้ากับความเป็นนักบริหารธุรกิจขนาดใหญ่มาแล้ว ถือว่ามีความครบพร้อมมากกว่าอีก 2 แคนดิเดต

แม้ว่าผลโพลของทุกสำนัก คะแนนนิยมของอุ๊งอิ๊งจะพุ่งแรง แต่ระยะหลังคะแนนโพลของเศรษฐาก็เริ่มตามมาติดๆ

น่าเชื่อว่าอุ๊งอิ๊งเอง น่าจะต้องใช้เวลาสั่งสมพรรษาในทางการเมืองอีกสักระยะก่อนก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริง

การนำทัพหาเสียงของพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ จึงทำให้บทบาทของนายเศรษฐาชัดเจนมากขึ้น ยิ่งนโยบายเป๋าเงินดิจิทัล ทำให้ชื่อเศรษฐาร้อนแรงไปด้วย

ส่วนที่วิจารณ์กันรุนแรงว่า ประชานิยมสุดๆ ไปจนถึงนโยบายหาเสียงของแทบทุกพรรค เน้นการอัดฉีดเงินให้กับประชาชน จึงทำให้ภาพรวมของการหาเสียงเลือกตั้งถูกโจมตีว่า เอาแต่แจก เน้นประชานิยมทั้งนั้น

เอาเป็นว่า จะประชานิยมเลื่อยลอย ประชานิยมมีเป้าหมายมีคำตอบ จะประชานิยมกันแค่ไหน

ต้องช่วยกันนำเสนอข้อมูล เพื่อให้ประชาชนพินิจพิจารณาให้รอบด้าน

สุดท้ายนโยบายประชานิยมต้องตัดสินโดยประชาชนเท่านั้นในวันเลือกตั้ง

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน