บิ๊กตู่ หาเสียงสวนลุม ยัน ไม่นิ่งนอนใจ ประชาชนสะท้อนค่าไฟแพง ชี้ต้องย้อนดูโครงสร้าง
เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 20 เมษายน ที่สวนลุมพินี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่สวนลุมถึงความมั่นใจในตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค รทสช.ในพื้นที่กรุงเทพฯว่า ตนมั่นใจ 100% ผู้สมัครของตน ตนก็ต้องมั่นใจ วันนี้มาช่วยเขาหาเสียง ทราบว่าเขาเดินทุกวันอยู่แล้วในพื้นที่ แต่สิ่งสำคัญคือตนต้องเอาพรรคมาช่วยเขาด้วย ช่วยกันทั้ง ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และตนด้วย ต้องช่วยกัน
เมื่อถามว่า จะลงพื้นที่ในลักษณะนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดไป 3 ครั้งแล้ว ก็ต้องลง
เมื่อถามว่า ลักษณะการหาเสียงจะเป็นการพบประชาชนตัวต่อตัวมากกว่าขึ้นเวทีปราศรัยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ต้องผสมผสานกัน เพราะมีคนอยู่หลายกลุ่มบางคนอยู่ในบ้านบางคนอยู่ตลาด ต้องแยกแยะเป้าหมาย
เมื่อถามว่า จากการเดินลงพื้นที่ประชาชนสะท้อนอะไรที่ให้นายกฯต้องแก้ไขหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องที่ประชาชนกังวลคือเรื่องค่าไฟฟ้าซึ่งตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ไปตนจะไปดูเรื่องโครงสร้าง ว่าอะไรเป็นยังไงบ้าง ขอร้องสื่อก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่ ถ้าตนทำให้ได้ทำไมจะไม่ทำ ซึ่งได้มีการสั่งการไปแล้วว่าอะไรทำได้อีกหรือไม่ อะไรที่มันไม่ผิด และถูกต้องตามสัญญา กลไกมันมีอยู่แล้วทั้งหมด เราต้องรื้อสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาดูใหม่ จะได้หรือไม่ได้ต้องว่ากันอีกที และนโยบายพรรค รทสช.ก็มีเรื่องนี้อยู่แล้วคือเรื่องพลังงาน
เมื่อถามว่า จะมีการทบทวนในส่วนของเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช่ ตรงนี้มันเป็นประกาศล่วงหน้า ค่า Ft ก็ต้องไปย้อนกลับดูว่าค่า Ft ขึ้นเพราะอะไร ต้นทางแหล่งพลังงานว่าทั้งหมดเอามาจากไหน ซึ่งมาจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ น้ำมัน 80-90% ก๊าซ 60% เพื่อนำเข้ามาแล้วก็บวกค่าบริหารจัดการ ค่าภาษีอีก ซึ่งค่า Ft ที่เขาคิดไว้เป็นการป้องกันความเสี่ยง ต้องดูว่ามันจะปรับได้อย่างไร ข้อสำคัญคือเราดูแลประชาชนเป็นแสนล้านบาทแล้ว ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ต้องไปดูว่ามันพันกันถึงตรงไหนแล้วตอนนี้ก็แกะกันอยู่ เมื่อเช้าตนก็คุยกับรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไปแล้วว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร เข้าใจสิ อย่าไปจับผิดตรงนั้นตรงนี้ ต้องอ่านให้จบตรงที่เขาชี้แจงแล้วกลับมาคิดใหม่ ย้ำว่าขอให้ทุกคนรู้ว่าเราไม่นิ่งนอนใจ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องพลังงานเรามีปัญหาหนักไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยแต่เป็นทุกประเทศ ซึ่งเรื่องโครงสร้างพลังงานเป็นเรื่องภายในที่ต้องมาปรับแก้กันอีกที เพราะเป็นเรื่องโครงสร้างสัมปทาน ที่มีคณะทำงานหลายคณะ แต่ตอนนี้เราต้องมาดูว่าต้นทุนเราต้องทำอย่างไร ให้ราคาพลังงานนั้นลดลงไปเรื่อยๆ ถ้าลดต้นทุนได้ ราคาพลังงานก็จะลดลงเรื่อยๆ ค่า Ft เป็นค่าที่เขาจำเป็นต้องประกาศเป็นระยะๆ เพราะเป็นค่าความเสี่ยง ที่อาจจะมีปัญหาความผันผวน ในระบบของเขา เขาวางแผนไว้ ซึ่งค่า Ft เราติดเขาเป็นแสนล้านซึ่งเราไม่ได้ขึ้นเลย ก็ต้องเห็นใจกันมั่ง
เมื่อถามว่า มีบางพรรคการเมืองนำเรื่องค่าไฟฟ้าไปโจมตีว่าเป็นการอุ้มนายทุน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อุ้มนายทุนที่ไหนเขาเป็นสัญญา เขามาทำใหม่ เป็นโรงไฟฟ้าแนวใหม่ ไม่ใช่โรงไฟฟ้าแบบเดิม เท่าที่ตนฟังเหตุผลนั้น โรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมัน ใช้ผ่านลิกไนต์มันจะหมดอายุแล้ว เราจะเปลี่ยนไปใช้โรงไฟฟ้าก๊าซ ที่เป็นพลังงานหมุนเวียน ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่าน แต่ที่สุดปัญหาตอนนี้มาจากราคาต้นทุน และเราต้องหาเงินไปดูแลเขาซึ่งต้องขอไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันนี้เราดูแลคนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 บาทไปแล้ว งั้นตอนนี้เราต้องหาเงิน และต้องไปถาม กกต.ก่อนด้วย
เมื่อถามว่า ตอนนี้รัฐบาลมีช่องทางในการหาเงินช่วยประชาชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็บอกอยู่แล้วว่าเงินมันเหลือจำกัด และงบกลางก็ใช้ไม่ได้ กู้ก็ไม่ได้ ซึ่งตอนนี้กำลังคิดอยู่ขอให้รอเดี๋ยว กำลังคำนวณอยู่
เมื่อถามว่า จะต้องเอาเข้า ครม.หรือไม่ ช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์พูดอย่างมีอารมณ์ว่า “ยังไม่ต้อง กำลังคำนวณอยู่ จะเอาวันนี้เดี๋ยวนี้มันไม่ได้หรอก”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่หาเสียง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการแก้ปัญหาไรเดอร์ส่งอาหาร ว่า ต้องให้กระทรวงแรงงานเข้าไปดูแลทั้งหมด โดยเฉพาะภาคแรงงานไรเดอร์คนส่งอาหาร จะต้องทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นทุกคนต้องช่วยกันทำและไม่ให้มีใครไปหาผลประโยชน์ของเขาตรงนี้ ซึ่งตนยืนหยัดตรงนี้มาตลอด อะไรที่ผิดกฎหมายที่เป็นสัญญาเรา เสียเปรียบอะไร เรากำลังดูกันอยู่ ไม่ใช่ไม่รักไม่ใช่ไม่ห่วงเห็นชาวบ้านลำบากตนก็สะท้อนใจ คนไม่สบายใจ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึง กรณีที่ช่วงหลังผลโพลพรรครวมไทยสร้างชาติยังคงเป็นรอง แม้ว่าในช่วงหลังจะมีการลงพื้นที่บ่อยว่า ไม่เป็นไรหรอกเพราะเราเป็นพรรคใหม่ ยินดีทั้งนั้นแหละ และหวังว่าคนรุ่นใหม่จะให้การสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น และอยากให้มองในสิ่งที่เราได้ทำมา ทำแล้วทำอยู่ได้ทำต่อไป ทุกอย่างต้องสานต่อเป็นระยะๆ พร้อมขอให้กำลังใจ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทุกคนแม้ว่าใครจะมองปรามาสเท่าไหร่ก็ตาม เราก็ต้องพยายามให้มากยิ่งขึ้น
ส่วนอะไรที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีพยายามมากยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่เหลืออีกเพียง 20 กว่าวัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คือการลงพื้นที่ พบปะประชาชนให้มากขึ้น เป็นแนวทางเดียวกันของพรรค และเขตก็ต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้นมีการพบปะเยี่ยมเยียน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยอมรับว่า จะมีการปรับแผนการลงพื้นที่มากกว่าการขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งไม่เกี่ยวว่าตนไม่ถนัดขึ้นเวทีปราศรัย แต่ต้องดูเรื่องของเวลาและความเหมาะสม เนื่องจากตนมี 2 บทบาท โดยจะลาราชการในช่วงเย็นเพื่อลงพื้นที่หาเสียงหากมีความจำเป็น เพราะเหลือเวลาไม่มากนัก พร้อมยอมรับว่าการเลือกตั้งในปีนี้และการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ต่างกันเนื่องจากครั้งที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้เตรียมการในเรื่องพรรค ส่วนตนเองเป็นเพียงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งในเรื่องของการเมือง พล.อ.ประวิตรเป็นคนทำ ก็เป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด และเหนื่อยมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรได้ ก็เพื่อประเทศชาติ ชีวิตยังให้ได้เลยประเทศชาติ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึง กลุ่มคนรุ่นใหม่ ว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอนาคตอย่างไร ถ้าหากต้องการอนาคตที่ดีกว่าปัจจุบัน ที่ผ่านมามีอะไรดีแค่ไหน เขารู้กันหรือไม่ ผมก็ห่วงเยาวชนตอนนี้ เพราะอายุ 18 เขาเลือกตั้งกันได้แล้วไง ซึ่งต้องไปดูว่าการหาคะแนนเสียงกับเด็กอายุ 16 ปี มันหมายความว่ากระไร
เมื่อถามว่านโยบายการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย เป็นการหาคะแนนเสียง หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่หรอก ผมมองของผมนะไม่ได้ติติงเขานะ มองในฐานะประชาชนคนหนึ่งทำไมถึงต้องมองอย่างนี้ เขาไม่มั่นใจหรือเปล่าว่ารัฐบาลน่าจะอยู่ได้แค่ 2 ปี หรือเปล่าผมคิดในแง่นี้นะ ผมต้องคิด 2 ทาง”

