‘บิ๊กตู่’ บินเช่าเหมาลำ 2 แอร์ไลน์ บินหาเสียงเชียงใหม่วันนี้ วางคิวแน่นลุยทุกภาค ‘ก้าวไกล’ แจง กกต.ใช้ 1 ล้านล้าน ตามนโยบาย พปชร.โชว์ 1 ล้าน ล.ดันนโยบาย
เมื่อวันที่ 20 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ลาราชการเพื่อเตรียมตัวหาเสียงในพื้นที่สวนลุมพินีและเยาวราชในช่วงเย็น ส่วนวันที่ 21 เมษายน ตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธและพิธีบวงสรวงสังเวยตามพิธีพราหมณ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมืองประจำปี 2566
จากนัั้น พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรค เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ เที่ยวบินขาไปสายการบินแอร์เอเชีย และเที่ยวบินขากลับสายการบินไทยสมายล์ โดยจะออกเดินทางเวลา 10.00 น. จากสนามบินดอนเมือง ถึงเชียงใหม่เวลาประมาณ 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวันเวลา 15.00 น. เดินทางไปยัง อ.ม่อนแจ่ม เพื่อพบปะประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์
จากนั้นเวลา 17.00 น. เดินทางไปพบปะประชาชนที่ตลาดนัดศรีบุญเรือง (แม่ริม) หลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์จะรับประทานอาหารค่ำ และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงเวลาประมาณ 22.30 น. ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นของ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรค รทสช. นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ได้แก่ นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ เขต 4 นายโสภณ โกชุม เขต 6 และนายสันติ ตันสุหัช เขต 7
วางคิวยิบหาเสียงทุกภาค
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากนั้นในวันที่ 23 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ต่อไปยังจังหวัดพิษณุโลก สักการะพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อเสริมสิริมงคล และไปสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสิน จากนั้นในช่วงบ่ายเดินทางไปจังหวัดแพร่ เพื่อร่วมงานศพมารดา นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และลงพื้นที่จังหวัดแพร่ ส่วนการลงพื้นที่หาเสียงในแต่ละภาค ในส่วนของภาคอีสาน เบื้องต้นวันที่ 24 เมษายนจะลงพื้นที่อุดรธานี 3 จุด โดยเดินตลาด พบปะประชาชน และเปิดเวทีปราศรัยย่อย
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ วางโปรแกรมเดินทางว่าวันที่ 29 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดตรัง โดยช่วงเช้าเดินตลาดในเมืองตรัง จากนั้นไปเปิดเวทีปราศรัยจังหวัดพัทลุง และนอนค้างคืนที่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนเช้าวันที่ 30 เมษายน จะลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดสตูล และช่วงบ่ายกลับมาหาเสียงและเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขณะที่ภาคตะวันออกลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดชลบุรี เพชรบุรี ภาคกลาง จังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี และกรุงเทพฯ ทั้งนี้การจัดเวทีปราศรัยในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งจะมีการจัดทั้งเวทีขนาดใหญ่และขนาดกลางคละกันไป
รทสช.ล็อกพื้นที่ความหวัง
รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง พรรค รทสช.จะมีการปรับกลยุทธ์ โดยจะเปิดแคมเปญและนโยบายใหม่ ควบคู่กับการปล่อยคลิปนโยบายสั้นๆ ผ่านทางโซเชียล นอกจากนี้จะมีการจัดเวทีปราศรัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ในจังหวัดใหญ่ๆ พร้อมกับเน้นกลยุทธ์ให้ พล.อ.ประยุทธ์เดินหาเสียงในตลาดชุมชนต่างๆ และขึ้นรถแห่ด้วย สำหรับกำหนดการปราศรัยและลงพื้นที่หาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์จะมีไปจนถึงก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน ขณะนี้พรรคได้เคาะกำหนดการทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้พรรค รทสช.ปรับยุทธวิธีสู้ศึกเลือกตั้งพื้นที่ทั่วไป ให้ พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดต นายกฯของพรรคนำทัพ เน้นหาเสียง แบบไปร่วมกิจกรรม ทักทายพูดคุยใกล้ชิด ไม่เน้นจัดเวทีปราศรัยใหญ่ เช่น ภาคเหนือ และอีสาน ส่วนภาคใต้ และ กทม. พื้นที่ความหวังจัดเต็มทั้งรถแห่ เวทีใหญ่ เวทีย่อย ระดมแกนนำ เน้นช่วง 10 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เช่น ตรัง สุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ก่อนปิดท้ายที่ กทม.จัดเวทีใหญ่ทิ้งโค้ง วันที่ 12 พฤษภาคมนี้
รทสช.แจ้งใช้เงิน 7.17 แสนล้าน
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ภายหลังที่สำนักงาน กกต.ได้รับแจ้งรายละเอียดนโยบายหาเสียงตามมาตรา 57 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ครบทั้ง 70 พรรคการเมืองแล้ว ตาม 3 เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดคือ 1.มีการระบุวงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ 2.ระบุความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3.ระบุผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายหรือไม่ ทั้งนี้สำนักงาน กกต.ได้เผยแพร่รายละเอียดการชี้แจงงบประมาณในการดำเนินนโยบายของทุกพรรคการเมืองผ่านเว็บไซต์ กกต.
โดยนโยบายของพรรคการเมืองที่สำคัญๆ อาทิ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ เพิ่มเงินสมทบของภาครัฐ เพื่อให้แรงงานในระบบประกันสังคม วงเงิน 1.16 แสนล้านบาท, กองทุนฉุกเฉินประชาชน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท, บัตรสวัสดิการพลัส วงเงิน 2.84 แสนล้านบาท, คนละครึ่งภาค 2 วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท, เที่ยวด้วยกันเมืองรองภาค 2 วงเงิน 7.2 หมื่นล้านบาท, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีละ 4 หมื่นล้านบาท, ช่วยเหลือเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ปีละ 4 พันล้าน, กองทุนพ่อเลี้ยงเดี่ยวแม่เลี้ยงเดี่ยว ปีละ 1 พันล้านบาท, ค่าตอบแทน อปพร.ปีละ 1 หมื่นล้านบาท รวมใช้งบ 7.17 แสนล้านบาท
พปชร.โชว์ 1 ล้าน ล.ดันนโยบาย
สำหรับ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ บัตรประชารัฐ 700 และฟรีประกันชีวิตประชารัฐ วงเงิน 1.28 แสนล้าน, แม่-บุตร-ธิดาประชารัฐ 1.74 แสนล้านบาท, เบี้ยผู้สูงอายุ 4.95 แสนล้านบาท, สุขภาพครบวงจร 5 พันล้านบาท, การบริหารจัดการน้ำ 1 หมื่นล้านบาท, บริหารที่ดิน 3 พันล้านบาท, กองทุนประชารัฐ วงเงินปีละ 1 แสนล้านบาท, ก๊าซประชาชน 2.4 หมื่นล้านบาท, เรียนฟรีถึงปริญญาตรี 5.2 หมื่นล้านบาท ฯลฯ งบประมาณร่วมๆ กว่า 1 ล้านล้านบาท
ภท.แจ้งใช้เงิน 2.01 ล้าน ล.
ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีนโยบายไฮไลต์ที่น่าสนใจ อาทิ กองทุนประกันชีวิตผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป วงเงิน 1.48 แสนล้านบาท, ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน 1.01 แสนล้านบาท, ค่าตอบแทน อสม.เดือนละ 2 พันบาท วงเงิน 5.2 หมื่นล้านบาท, การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท, ใช้งบประมาณรวม 2.01 ล้านล้านบาท
ก.ก.แจงใช้ 1.09 ล้านล้าน
ส่วน พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นโยบายไฮไลต์ที่่น่าสนใจ อาทิ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3 พันล้านต่อปี, ปฏิรูปกองทัพ 1.2 หมื่นล้านต่อปี, สร้างสังคม คนเท่ากัน 3.6 พันล้านต่อปี, สวัสดิการเกิด 5 หมื่นล้านต่อปี, สวัสดิการเติบโต 4.46 หมื่นล้านต่อปี, สวัสดิการทำงาน 5.6 หมื่นล้านต่อปี, สวัสดิการสูงอายุ เงินผู้สูงวัยเดือนละ 3 พันบาท 5 แสนล้านบาทต่อปี, สวัสดิการทุกช่วงวัย 9.85 หมื่นล้านบาทต่อปี, เพิ่มงบจังหวัดจัดการตนเอง 2 แสนล้านบาทต่อปี, การศึกษาที่ฟรีจริง 3.3 หมื่นล้านบาทต่อปี, ปลดหนี้เกษตรกร 5.2 หมื่นล้านบาทต่อปี, ส่งเสริมเอสเอ็มอี 4.4 หมื่นล้านบาทต่อปี ใช้งบประมาณรวม 1.09 ล้านล้านบาท

