หน้าแรก การเมือง ‘บิ๊กตู่’ บวง...

‘บิ๊กตู่’ บวงสรวงศาลหลักเมืองครบรอบ 241 ปี ก่อนลาราชการขึ้น ‘เชียงใหม่’ หาเสียง

21.04.23 | 07:50 น.

‘บิ๊กตู่’ บวงสรวงสังเวยศาลหลักเมืองครบรอบ 241 ปี ทั้งพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ ก่อนลาราชการลงพื้นที่เชียงใหม่หาเสียง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 21 เมษายน ที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานในการประกอบพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองและพิธีสงฆ์ รวมทั้งพิธีบวงสรวงสังเวยตามพิธีพราหมณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมือง ประจำปี 2566 ครบรอบ 241 ปี

โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.สัณทัศน์ นันทิภาคย์หิรัญ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พร้อมด้วย คุณพัณณ์ชิตา นันทิภาคย์หิรัญ
นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ผู้บริหารระดับสูงขององค์การฯ และอุปนายกสมาคมฯเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี โดยได้นิมนต์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์จำนวน 9 รูป ประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ

โดยนายกรัฐมนตรี เข้าสักการะพระพุทธรูปบนหอพระพุทธรูป และถวายพวงมาลัย พร้อมใส่บาตรประจำวันเกิด จากนั้นทำพิธีสักการะองค์พระหลักเมือง ภายในอาคารศาลหลักเมือง พร้อมถวายผ้าตาดและถวายพวงมาลัย ก่อนที่จะทำพิธีสักการะเทพารักษ์ทั้ง 5 บนอาคารเทพารักษ์ จากนั้น เติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด (วันเสาร์) ครึ่งเหยือกและเติมที่ตะเกียงสะเดาะเคราะห์ครึ่งเหยือกที่เหลือ จากนั้นนายกรัฐมนตรี จุดธูปเทียนบนโต๊ะบวงสรวง ปักธูปหางที่เครื่องบวงสรวง ก่อนที่โหรหลวงอ่านโองการบวงสรวงองค์พระหลักเมือง

Advertisement

สำหรับศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร เป็นปูชนียสถานสาคัญอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย เป็นที่ประดิษฐานของพระหลักเมืองและเทพารักษ์ทั้ง 5 ที่ปกปักรักษาพระนครและประเทศชาติให้มีเอกราช เจริญรุ่งเรือง และยังมีหอพระที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันเกิดให้ประชาชนได้มาสักการะบูชา ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศนำดอกไม้ ธูปเทียนตลอดจนเครื่องบวงสรวงสังเวยไปสักการะบูชา และบนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่สถิตอยู่ในศาลหลักเมือง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนทั่วประเทศ จึงนับได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้ นอกจากจะมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่เลื่อมใสศรัทธาอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ (21 เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลาราชการตลอดทั้งวัน เพื่อเดินทางลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรค เดินทางด้วยเครื่องบินพาณิชย์โดยเที่ยวบินขาไปสายการบินแอร์เอเชีย และเที่ยวบินขากลับสายการบินไทยสมายล์

โดยจะออกเดินทางในเวลา 10.00 น. จากท่าอากาศยานดอนเมือง ถึงเชียงใหม่ เวลาประมาณ 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่เวลา 15.00 น. เดินทางไปยัง อ.ม่อนแจ่ม เพื่อพบปะประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ จากนั้นเวลา 17.00 น. เดินทางไปพบปะประชาชนที่ตลาดนัดศรีบุญเรือง (แม่ริม) หลังเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์จะรับประทานอาหารค่ำ และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงเวลาประมาณ 22.30 น.

ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นของ ร.อ.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังมีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ได้แก่ นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ เขต 4 นายโสภณ โกชุม เขต 6 และนายสันติ ตันสุหัช เขต 7