09.00 INDEX เงื่อนปมย้อนแย้งจากการเมือง ศึกษาจาก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’
หากไม่มีการหาเสียง “เลือกตั้ง” เราคงไม่พบบรรยากาศที่สวนทางกันอย่างร้อนรุ่มและรุนแรงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างฉับพลันทันใด
ด้านหนึ่ง สัมผัสได้จากพาดหัว “ตู่” ปรับแผนอ้อนขอเสียงคนรุ่นใหม่ เปิดคิวทัวร์ 13 จังหวัด
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งก็ปรากฏพาดหัวบ่งสะท้อนถึงการขับเคลื่อน “ประยุทธลุยเยาวราช-สวนลุม” แล้วก็ “เตี๋ยววงแตก ซิ่ง “ชูวิทย์” ดักพบ
สังคมได้อ่าน “จดหมาย” เปิดผนึก “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” จาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่เมื่อเยาวชนบุกขอถามความเห็นต่อเวทีปราศรัยใต้สะพานพระราม 8 ก็เจอเข้ากับ “การ์ด” เข้ม
ลักษณะ “ย้อนแย้ง” อย่างที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สรุปเบื้อง หน้า นายไพบูลย์ นิติตะวัน จึงกลายเป็นคำถามไม่ว่าต่อ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ต่อกรณีของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่พยายามออกจากบ้าน
ในเยาวราชเพื่อขอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วถูกปฏิเสธออกมาอย่างเด่นชัดจึงกลายเป็นคำถาม
ในเมื่อการไปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คือ “หาเสียง”
ภายในแต่ละการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะออกมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะออกมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงดำเนินไปในลักษณะเป็นคำถามและคำตอบ
การหนีอย่างฉับพลันทันใดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงกลายเป็น “ประเด็น” ในทางการเมือง
ถามว่าเป็นการหนีในฐานะรักษาการ “นายกรัฐมนตรี” หรือเป็นการหนีในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางนโยบายและการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ
แม้ว่าบ้านของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อยู่ในพื้นที่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะจะลงเพื่อหาเสียง แต่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ไม่สามารถพบได้ในฐานะ “พลเมือง” คนหนึ่ง
แม้ว่าเป้าหมายในการเข้าพบของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มิได้ต้องการต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง
การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นการตัดสินใจบนรากฐานในทางการเมือง ไม่ว่าในฐานะ “นายกรัฐมนตรี” ไม่ว่าในฐานะอันเป็นคนในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ
นี่คือพันธะและความผูกพันจากการดำรงอยู่ของ “รัฐบาล”
นี่คือพันธะและความผูกพันจากการเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของพรรครวมไทยสร้างชาติเพียงพรรคการเมืองเดียว หากสัมพันธ์แนบแน่นกับพรรคการเมืองอื่น นักการเมือง
อาจต้องการพบ อาจไม่ต้องการรพบแม้จะต้องการ “เสียง” เพียงใด

