‘ชัยวุฒิ’ ย้ำ อุดมการณ์ พปชร.รักษาเสาหลักชาติ แต่ไม่ขัดแย้ง ชี้ผลโพลไม่ได้สะท้อน ขออยู่กับโลกความจริง
เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ (บางมด) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยเอกสารผลสอบคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. จะมีผลกระทบกับพรรคในช่วงเลือกตั้งหรือไม่ว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด ขอศึกษาก่อน และไม่ทราบว่าจะกระทบกับพรรคหรือไม่ เพราะยังไม่ได้เห็นข่าว นอกจากนี้ เกมรุกของพรรค พปชร.ก็จะลงพื้นที่ปราศรัยใกล้ชิดประชาชน และเปิดนโยบายต่างๆ ให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
เมื่อถามถึงการปราศรัยของตนเองที่ช่วงหลังจะดุเดือดมากขึ้นนั้น นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พูดแต่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรที่เดือดเลย ต้องพูดอุดมการณ์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ เพราะการเลือกตั้งจะต้องมีความชัดเจนในอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยไม่ต้องลังเล และมีความชัดเจน หากสื่อถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ สามารถตอบได้ทันที ไม่ต้องคิดก่อน
เมื่อถามว่า นโยบายพรรคคือก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่การปราศรัยทำให้หลายฝ่ายทะเลาะกันหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่คิดจะทะเลาะกับใคร พูดแต่อุดมการณ์ของตัวเอง และเปรียบเทียบให้เห็นว่าอุดมการณ์เราตรงข้ามกับพรรคอื่นอย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องที่อยากทำให้ประเทศชาติมั่นคงเข้มแข็ง และมีการเมืองการปกครองที่เข้มแข็ง อย่ามองว่าเป็นความขัดแย้ง
เมื่อถามว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ และเรือดำน้ำในกองทัพ ยังคงมีความสำคัญใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า สำคัญ จากที่เคยเป็นกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ เรือดำน้ำชุดแรกได้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว เพราะมีความจำเป็น พร้อมเปรียบว่า เรือดำน้ำหนึ่งลำซื้อเรือรบได้ 5 ลำ และในบางยุทธวิธีมีการใช้เรือดำน้ำ เพราะถ้ามีการรบกันด้วยเรือดำน้ำ เราก็ต้องส่งเรือดำน้ำไปสู้ หรือในภาวะที่มีคลื่นลมแรง ก็จำเป็น เป็นแผนพัฒนากองทัพของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งทุกแผนได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดี การซื้อแต่ละอย่างไม่ได้ใช้เวลา 1-2 วัน แต่ศึกษามาอย่างรอบด้านหลายปี
ส่วนตัวยืนยันว่าการเมืองไทยต้องมองความมั่นคง เราเดินมาได้ดีมาก ก็อยากให้คชสีห์ (กระทรวงมหาดไทย) และราชสีห์ (กระทรวงกลาโหม) เข้มแข็งคงอยู่ เราไม่มีอคติกับใคร รวมถึงตนและ พล.อ.ประวิตร ก็ไม่เกลียดใคร แต่เราคุยด้วยอุดมการณ์ และแนวทางการทำงาน อะไรที่เกี่ยวกับชาติบ้านเมือง ความมั่นคงของชาติ ไม่ลังเลตัดสินใจทันที ซึ่งพรรคพลังประชารัฐมีความชัดเจนแม้บางพรรคจะไม่ชัดเจน และมีอุดมการณ์ที่น่าเป็นห่วง ต้องพูดให้ประชาชนเข้าใจ ยืนยันว่าไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่เป็นแนวคิดตามระบอบประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค พปชร.จะแก้เกมอย่างไร หลังชื่อของ พล.อ.ประวิตร ไม่ติดโพล นายชัยวุฒิกล่าวว่า ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน พร้อมขอให้นักข่าวช่วยแนะนำ
“พรรคพลังประชารัฐทำดีที่สุดแล้ว เชื่อว่าลงพื้นที่และโพลของพรรคมีคะแนนนิยมดีอยู่ พอไปได้ ไม่อยากไปพูดให้เว่อร์วังอลังการ เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร เป็นที่รักและที่รู้จักของประชาชน เวลาลงพื้นที่ก็มีคนมาห้อมล้อม มากอด หอมแก้ม ไม่เห็นมีใครมาต่อต้าน ยกเว้นพวกที่จัดตั้งมา ลุงป้อมเป็นคนใจดี เข้าถึงง่าย เป็นมิตรกับทุกคน ที่ผ่านมาทุกพรรคการเมืองเข้ามาปรึกษา ท่านก็ให้การช่วยเหลือทุกคน” นายชัยวุฒิกล่าว
เมื่อถามว่า จะปรับกลยุทธ์เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ (New Voter) อย่างไร นายชัยวุฒิกล่าวว่า คนทำโพลมีเพียงหลักพันหลักหมื่น ไม่ได้สะท้อนการกระจายตัวของประชากร หรือสะท้อนโพลแบบวิชาการ เราอยู่ในโลกความเป็นจริงดีกว่า วันเลือกตั้งก็รู้ผล
เมื่อถามว่า ปลายเดือนเมษายน พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ จะลงพื้นที่หาเสียงแข่งกันในภาคใต้ นายชัยวุฒิกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่หาเสียงปาดไปมาตลอด ก็ไม่มีปัญหาอะไร เจอทุกพรรคก็วนกันไปวนกันมา พร้อมถามกลับสื่อมวลชนว่า พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ เจอกันไม่ได้หรือ ส่วนจะเป็นการตัดคะแนนกันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปการซื้อเสียงในพื้นที่ภาคอีสาน ที่หัวคะแนนได้มีการจดชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ก็ไม่ดีเพราะผิดกฎหมาย อยากให้เลือกที่ตัวบุคคลที่เป็นคนดีมาทำงานให้ประชาชน และเลือกพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ มีนโยบายที่ดีให้บ้านเมืองดีขึ้น ไม่ควรเลือกจากอามิสสินจ้าง เพราะประชาธิปไตยจะไปต่อไม่ได้ หากเราไม่รักษากันไว้ หากประชาธิปไตยสุจริต ก็จะได้ประชาธิปไตยที่ดี และประชาชนจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

