จับตาทุจริตเลือกตั้ง กกต.เผย ทำลายป้าย-หาเสียงหลอกลวง เริ่มเยอะ
กกต.ตั้งศูนย์ข่าวเกาะติดทุจริตเลือกตั้ง เผย พบทำลายป้าย หาเสียงหลอกลวงเริ่มมากขึ้น พร้อมจับตาจังหวัดแข่งขันรุนแรง เตรียมส่งชุดหาข่าวลงพื้นที่
เมื่อวันที่ 22 เมษายน ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์คลิปวิดีโอระบุว่าเริ่มมีการจ่ายเงินซื้อเสียง และหลายพื้นที่เริ่มมีการเก็บบัตรประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมกับชี้เป้าพรรคการเมืองที่ดำเนินการ ว่า ตอนนี้กกต.ตั้งศูนย์การข่าวเกาะติดการเลือกตั้ง ถ้ามีการรายงานเข้ามาจะให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานกกต.จังหวัด ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อมูล หากมีมูลก็จะรับเป็นเรื่องร้องเรียนและดำเนินการตามระเบียบ ส่วนจะต้องให้นายชูวิทย์มาให้ข้อมูลหรือไม่ ขอดูข้อมูลเบื้องต้นก่อนว่าจะสามารถดำเนินการได้แค่ไหนเพียงไร
ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวถึงเรื่องร้องเรียน และการตรวจสอบพบการกระทำผิดขณะนี้ว่า เรื่องร้องเรียนก็มีเรื่องทั่วไป เช่น การทำลายป้าย การหาเสียงหลอกลวง การใช้รถหาเสียงผิดประเภท เริ่มมีเข้ามาจำนวนมาก ก็จะดำเนินการตามระเบียบหาเสียง โดยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอนุกรรมการสืบสวนไต่สวนระดับจังหวัด กำลังดำเนินการ และจะมีความเห็นคาดว่าเร็วๆ นี้ คงจะส่งขึ้นมายังสำนักงานกกต.ส่วนกลาง ส่วนเรื่องการทำลายป้ายเมื่อวันที่ 21 เมษายน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงแล้วว่า มีเหตุเกิดขึ้นประมาณ 300 กว่าเรื่อง สืบสวนสอบสวนและจับกุมไปได้ 50 กว่าเรื่องแล้ว มีทั้งเกิดจากผู้ที่คึกคะนอง เมาสุรา และมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ดำเนินการอยู่
ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวถึงบทลงโทษของการทำลายป้าย เบื้องต้นเป็นเรื่องของการทำให้เสียทรัพย์ แต่ถ้าถอดป้ายแล้วนำไปเลยก็เป็นเรื่องของการลักทรัพย์ อยากฝากเตือนผู้ที่คิดทำว่าการจะหาเสียงหรือรณรงค์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเท่าเทียม การดำเนินการใด ๆ ก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎหมายไม่ว่าทำลายป้าย หรือทำให้ป้ายเสียหาย ล้วนเป็นความผิดทั้งสิ้นอย่าได้กระทำ โดยทางตำรวจผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็บอกแล้วว่าจะดำเนินการในทุกเรื่องอย่างเต็มกำลัง ดังนั้น สิ่งที่จะผิดกฎหมายอย่าไปทำเพราะถึงเวลาสืบสวนสอบสวนไปถึงตัวท่านก็จะเกิดความเดือดร้อน จึงไม่มีประโยชน์อะไรเลย รวมถึงหากผู้ใดพบเห็นว่ามีการทำลายป้าย หรือทำให้ป้ายหาเสียงเกิดความเสียหาย ก็จะแจ้งมายังสำนักงานกกต. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เป็นการช่วยกันดูแลเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่าใกล้ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง มีการติดตามข่าวหรือเฝ้าระวังอย่างไร ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่า ได้สั่งให้ทางจังหวัดประสานไปทั้งหน่วยข่าวกรองจังหวัด สันติบาล ตำรวจท้องที่ ส่วนกลางก็จะมีชุดหาข่าวซึ่งเตรียมไว้ 10 กว่าชุดที่จะลงไปยังจังหวัดที่มีความรุนแรง หรือแข่งขันกันสูง เพื่อเป็นการช่วยการทำงานของจังหวัดอีกทางหนึ่ง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจังหวัดที่มีการแข่งขันรุนแรง เช่น นนทบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ แต่ครั้งนี้ยังไม่ชัดเจน จึงยังฟันธงไม่ได้ว่าจังหวัดไหนบ้าง แต่ก็เพ่งเล็งจังหวัดเดิมไว้อยู่ ทางชลบุรี ก็พอสมควร รวมทั้งในพื้นที่อีสานหรือภาคเหนือถ้าเรามีการประเมินว่ามีการแข่งชันรุนแรงก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไป ซึ่งคิดว่าชุดหาข่าวที่เตรียมไว้ยังเพียงพอ

