หน้าแรก การเมือง อดีต ส.ส.เป้า...

อดีต ส.ส.เป้า สุดปลื้มย้ายค่าย พันธมิตรเพียบ ด้าน สรัลชา พปชร.ลุย ไม่กลัว ฮีตสโตรก

22.04.23 | 12:08 น.

อดีต ส.ส.เป้า สุดปลื้มย้ายค่าย พันธมิตรเพียบ ด้าน สรัลชา พปชร.ลุย ไม่กลัว ฮีตสโตรก

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง หรืออดีต ส.ส.เป้า ผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เขต 4 ชลบุรี เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้เห็นความสำคัญและชวนตนเข้ามาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านบึง อ.บ่อทอง และ อ.หนองใหญ่อย่างมากมาย เพราะพื้นที่ดังกล่าวถือว่ามีกลุ่มพันธมิตรจำนวนมาก และยังได้รับการสนับสนุน เมื่อพบปะมีการจับไม้จับมือแสดงความยินดี ทำให้มีกำลังใจและมั่นใจมากขึ้น ที่เดินมาถูกทางแล้ว

“ในการเลือกตั้งช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่าอาจจะอยู่พรรคผิดข้าง ทำให้ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ประสบชัยชนะ พ่ายแพ้ตลอดมา แต่การลงสมัครครั้งนี้ได้รับแรงใจจากประชาชนอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรและประชาชนทั่วไป” นายจิรวุฒิกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ก็หวังว่าประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งของตน จะให้โอกาสเข้าไปทำงานการเมือง สืบสานตระกูล “สิงห์โตทอง” ที่มีพ่อคือนายดรงค์ สิงห์โตทอง หรือเฮียซุ้ยที่ชาวบ้านรู้จักกันดี และยังเป็นนักสู้ทางการเมืองเพื่อชาวไร่ ชาวนาทุกรูปแบบ ก็อยากจะสืบสานงานการเมืองเพื่อคนชลบุรีต่อไป

นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 7 เขต 1 ชลบุรี และอดีตเลขาธิการสภาทนายกล่าวว่า ช่วงนี้ยอมรับว่าอากาศชลบุรีร้อนจัด อย่างไรก็ตามในเมื่ออาสาเข้ามาทำงานทางการเมืองแล้ว ต้องทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเดินเคาะประตูบ้านเพื่อเรียกคะแนนเสียงทุกบ้านเพราะมีใจเท่านั้น ไม่มีเงินแจก พร้อมทำงานเพื่อประชาชน ไม่กลัวฮีตสโตรกแต่อย่างใด

Advertisement

“ยอมรับว่าการแข่งขันในพื้นที่เขต 1 ระหว่างบ้านใหญ่กับบ้านใหม่มีความรุนแรง แต่ก็หวังลึกๆ ว่าประชาชนจะให้ความสนใจสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐเข้าไปทำงานในสภา เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านมายังให้การสนับสนุนคนของพรรคพลังประชารัฐ ผมเองก็หวังเช่นนั้น” นายสรัลชากล่าวและว่า นอกจากนี้ เชื่อว่านโยบายของพรรคจะสร้างความสนใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาลงคะแนน อาทิ สตรีตั้งครรภ์ตั้งแต่เดือนที่ 4 จนคลอดบุตรออกมา จะสนับสนุนเงินให้เดือนละ 10,000 บาท 5 เดือน หลังจากนั้นจะช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงบุตร 3,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 ปี ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือพ่อแม่เด็กไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเลี้ยงดูบุตรของตนเอง