“ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ย้ำเงินดิจิทัล 10,000 บาทไม่ผิดวินัยการเงินการคลัง ยาหอมชาวเขาค้อถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล นำร่องจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินให้
เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวปราศรัยบนเวทีหาเสียงพรรคเพื่อไทยที่ จ.เพชรบูรณ์ ถึงนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท โดยระบุในตอนหนึ่งว่า กระเป๋าเงินดิจิทัลให้คนไทยถือบัตรประชาชนตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาท ให้หมดไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยพ่อแม่ วัยปู่ย่าตายายให้หมด 10,000 บาททุกคน แล้วให้เอาไปใช้ในชุมขนในพื้นที่รัศมี 4 กม.รอบบ้าน เวลานี้ทั่วประเทศไทย ทรัพย์สินราชการอาจจะสูญหายบางรายการ แต่มีรายการเดียวที่ไม่หายเลยนับแต่บัดนี้ไปคือหลักกิโล เพราะชาวบ้านเดินเช็กว่า 4 กิโลอยู่ตรงไหนแน่ เฝ้าหลักกิโลกันเป็นอย่างดี ตามหมู่บ้านเมาแค่ไหน ขับรถลงคูก็ไม่ชนหลักกิโล
“เราถูกโจมตีเยอะมาก เมื่อเช้าก่อนออกมาจากโรงแรมดูข่าว มีนักร้อง 2 เจ้าไปยื่นร้องต่อ กกต.จะให้ยุบพรรคเพื่อไทยให้ได้ ข้อหาเสนอกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะให้ยุบพรรค ยุบยังไง ก็ในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไรผิดวินัยการเงินการคลัง ใช้งบประมาณแผ่นดินโดยปกติ ไม่ได้ไปกู้หนี้ยืมสินใครมาจากไหน ไม่ได้รีดภาษีเพิ่ม ไม่ได้เพิ่มอัตราภาษีแต่อย่างใด ฝ่ายตรงข้ามถามเพื่อไทยจะให้ 10,000 บาทตามนโยบายนี้ เงินน่ะมีไหม ผมบอกได้เลยว่าเงินมี เพราะเพื่อไทยสมองก็มี ถ้าสมองไม่มีทำอะไรก็ทำไม่ได้ แต่ถ้าสมองมี ผมยืนยันว่าทำได้

จากนั้นนายณัฐวุฒิพูดเสียงเลียนแบบ พล.อ.ประยุทธ์ จนเรียกเสียงเฮลั่น โดยระบุว่า “บอกว่าจะมาแจกอะไรกันแบบนี้งบประมาณเราก็มีจำกัด และเราไม่ได้เงินมากมาย ก็ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนไปฟังนักการเมือง พรรคการเมืองที่มีนโยบายต่างๆ กันมากมายนัก พี่น้องที่เพชรบูรณ์ เฮกันมากมายจะเลือกลุงตู่ใช่ไหม” พี่น้องทีแรกมาทรงนี้ก่อน แล้วเห็นต้านไม่ไหว ชาวบ้านเฮจะเชียร์เพื่อไทยมาแนวใหม่ ออกคลิปโจมตี บอกว่าเพื่อไทยให้หมื่นนึงน้อยไป
ทีแรกไหนบอกว่าไม่ต้องให้ นี่บอกน้อยไปครับ แล้วก็บอกของตัวเองมีบัตรลุงตู่ ให้เดือนละพันเดือนละ 1,000 บาท ปีนึงได้ 12,000 บาทให้มากกว่า ของเราหมื่นนึง คุณประยุทธ์ (ลากเสียงยาว) คุณอย่านึกว่าชาวบ้านรู้ไม่ทัน ชาวบ้านเขารู้ทันคุณให้เดือนละ 1,000 บาทนี่หยอดน้ำข้าวต้ม คุณเลี้ยงไข้คุณไม่ได้อยากให้ประชาชนหายจน คุณอยากให้ประชาชนนอนพะงาบ แล้วหยอดเดือนละ 1,000 บาทเมื่อไหร่มันจะฟื้น เพื่อไทยมาเอาไปก่อนหมื่นนึงฟื้นทันทีทั่วประเทศไทย
ผอ.ครอบครัวเพื่อไทยกล่าวว่า เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนตอนโควิดมานั่นแหละครับ ประชาชนทั่วโลกเขาอยากได้วัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา เขาอยากได้วัคซีนที่พิสูจน์แล้วว่าประสิทธิภาพมันดีป้องกันได้ทันที แต่เอาซิโนแวคมา บางคนฉีด 5 เข็มยังไออยู่เลย อันนี้ทรงเดียวกัน
ประทานโทษคุณประยุทธ์ ผมถามจริงๆ เถอะ ที่คุณโฆษณาว่าถ้าคุณกลับมาเป็นรัฐบาล จะให้ชาวบ้านเดือนละ 1,000 จะมีความหมายอะไร ในเมื่อค่าไฟขึ้นเดือนละ 2,000 ให้มาเดือนละ 1,000 บาท อย่าว่าแต่จะให้ลูกกินขนมเลย ให้ค่าไฟก็ไม่พอ แต่ถ้าเพื่อไทย 10 คน 10 หมื่นวางแผนประชุมกันเลยในบ้านในครัวเรือน ว่าถ้าได้ตังค์นี้มาท่านจะลงทุนทำอะไร ไปซื้ออะไรมาทำมาหากินสร้างกิจการได้ นั่นคือเจตนาของนโยบาย

พี่น้องเขาขอฟังทางนี้ ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะมีเป้าหมายในการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับประชาชน โดยการพิสูจน์สิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ใช้เทคโนโลยีที่เป็นธรรม ที่ยอมรับได้ เป้าหมาย 50 ล้านไร่ทั่วประเทศไทย พื้นที่นำร่องจะเป็นเขาค้อ เพชรบูรณ์ เขาทรายครอบครองเข็มขัดแชมป์โลก แต่ต่อไปเขาค้อจะครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน จากนั้นนายณัฐวุฒิสอบถามผู้รับฟังการปราศรัยว่า “แบบนี้เอาหรือไม่เอา”
นอกจากนี้นายณัฐวุฒิยังกล่าวอีกว่า ใครเขาไปบอกว่าเขตให้เขาเถอะ พรรคก็ให้เพื่อไทยไป เขตเอาเขาก่อน พรรคกาเพื่อไทยอย่าไปเชื่อ อันนั้นเป็นเกมซ้อน เอาเปรียบเรา 4 ต่อ 1 หมายความว่าปาร์ตี้ลิสต์เบอร์พรรค เต็มที่ได้แค่ 100 คน เขตได้ 400 คน ถ้าท่านไปเชื่อเขา เขตกาเขา พรรคกาเรา สุดท้ายเปิดหีบบัตรมาปรากฏ เพื่อไทยได้ปาร์ตี้ลิสต์เต็มร้อย เพราะท่านแบ่งเขาไปหมดแล้ว แพ้ครับ งานนี้ถ้าเพื่อไทยได้ไม่เกินครึ่ง ประยุทธ์เอาไปกินแน่ ถ้าพี่น้องแบ่งใจประยุทธ์ เอาไปกินแน่ แต่ถ้าเพื่อไทยเกินครึ่ง เพื่อไทยจะตั้งรัฐบาล คนเพื่อไทยจะเป็นนายกรัฐมนตรี นโยบายเพื่อไทยจะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล คนที่ฝันเก้าอี้นายกฯอย่างประยุทธ์, ประวิทย์ ไม่มีทาง
จากนั้นนายณัฐวุฒิขอให้ชาวเพชรบูรณ์กาบัตรทั้ง 2 ใบ โดยเลือกทั้งคนและพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ โดยย้ำว่า “เที่ยวนี้ต้องสอนให้เข็ดหลาบ เที่ยวนี้ต้องสอนให้รัฐบาลสืบทอดอำนาจไม่ให้มีใครกล้าทำรัฐประหารอีกเลย”

