หน้าแรก การเมือง บทนำมติชน : ...

บทนำมติชน : จุดยืนการเมือง

25.04.23 | 00:10 น.
บทนำมติชน 25 เมษายน 2566 : จุดยืนการเมือง

บทนำมติชน 25 เมษายน 2566 : จุดยืนการเมือง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก เรื่องจะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร โดยระบุว่า ต้องเริ่มจากผลการเลือกตั้ง แต่ละพรรคได้รับเลือก ส.ส.กี่คน จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นขั้นตอนทางการขั้นตอนแรก หลังจากนั้นจึงมีการจัดตั้งรัฐบาล เป็นการหาความตกลงร่วมกันว่าพรรคไหนจะร่วมกับพรรคไหน ในวิถีที่ควรจะเป็นคือ จะต้องรวมกันแล้วมีเสียง ส.ส.อย่างน้อยมากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร คือเกินกว่า 250 เสียง ต้องพยายามหาทางให้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุด คือเสียง ส.ส.ร่วมสนับสนุนมากเท่าไรยิ่งดี

พล.อ.ประวิตรระบุอีกว่า ขั้นตอนอย่างเป็นทางการเริ่มต้นอย่างนั้น แต่ในทางปฏิบัติจริงมีประเด็นที่ต้องมาพิจารณาซับซ้อนกว่า ไม่ว่าจะเป็นความชอบธรรมของพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.มากที่สุดต้องมีสิทธิเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน และหลายเรื่องที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเป็นเงื่อนไขที่ยังไม่เกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำพร้อมยกตัวอย่างปี 2562 ผู้นำพรรคการเมืองหลายพรรคประกาศตัวไว้อย่างหนึ่ง แต่พอถึงการจัดตั้งรัฐบาลจริงต้องเข้าร่วมด้วยเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องผิด หรือแปลกประหลาดอะไร ในช่วงท้ายของจดหมายฉบับที่ 9 ที่เขียนลงเฟซบุ๊ก พล.อ.ประวิตรสรุปว่า นี่คือความปกติของการเมืองไทย

เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยที่โรงเรียนบ้านวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ว่ามีคำถามตลอดว่า พรรคเพื่อไทยจะไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่ ยืนยันชัดเจนว่าไม่จับมือกับสองพรรคนี้แน่นอน เพราะมีส่วนร่วมทำรัฐประหาร นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ได้แถลงสนับสนุนพรรคได้รับคะแนนเป็นอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ยกเว้นตั้งไม่ได้ อันดับ 2 จึงจะมีสิทธิ อีกทั้งไม่สนับสนุนนายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือบุคคลที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ แม้รัฐธรรมนูญจะให้กระทำได้ แต่จะสร้างปัญหามากมาย และไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน

เป็นความจริงที่ว่า ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทุกครั้ง หลายพรรคมักประกาศท่าทีทางการเมือง แต่ไม่อาจเหมารวมทุกพรรคได้ว่า ไม่รักษาคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับประชาชน ก่อนเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ หลายพรรคการเมืองแถลงท่าทีชัดเจน เหมือนเช่นทุกครั้งของการเลือกตั้ง เป็นท่าที หรือจุดขาย ด้านฝักใฝ่ประชาธิปไตย และเคารพการตัดสินใจของประชาชน ที่แสดงออกผ่านการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง การประกาศที่เป็นคำมั่นสัญญานี้ เชื่อว่าประชาชนคงเฝ้าจับตา ติดตามตรวจสอบต่อไปว่าพรรคการเมืองรักษาคำพูดหรือไม่ เนื่องจากเป็นจุดยืนสำคัญที่มีความเป็นสากล รัฐบาลที่มาจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง

Advertisement