หน้าแรก การเมือง กองทัพเรือ แจ...

กองทัพเรือ แจงเหตุได้ใช้ประโยชน์สวนป่าบางขนุนกว่า 3,700 ไร่ ตั้งกองพันต่อสู้อากาศยานฯ

25.04.23 | 09:18 น.

เสธ.ทัพเรือภาคที่ 3 ประชุมชี้แจงกรณีกองทัพเรือได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินสวนป่าบางขนุนกว่า 3,700 ไร่ เน้นเจรจาแนวทางสันติวิธี

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอถลาง จ.ภูเก็ต พล.ร.ต.ภุชงค์ รอดนิกร เสนาธิการ ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกรณี กองทัพเรือ เข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน ต.เทพกระษัตรี และ ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมี นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอถลาง นายอุทัย สุขศิริสัมพันธ์ ประธานคณะกรรมการสหพันธ์เกษตรกรผู้เดือดร้อนที่ดินทำกินจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่สวนป่าบางขนุน ร่วมประชุม

ขณะเดียวกันมีชาวบ้านประมาณ 100 คน ที่อาศัยในสวนป่าบางขนุนยืนถือป้ายข้อความต่างๆ คัดค้านทัพเรือภาคที่ 3 ที่จะเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว อาทิ คนภูเก็ตคัดค้านใช้พื้นที่ป่าบางขนุน, ทัพเรือภาค 3 ขอใช้พื้นที่ป่าบางขนุนภูเก็ตทั้งหมดแล้วให้ชาวบ้านไปอยู่ไหน, ช่วยด้วยทหารจะมายึดที่ทำกินของพ่อหนู โดยมีตำรวจ อส.ดูแลความสงบเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากกองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน ต.เทพกระษัตรี และ ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ ประมาณ 3,763-1-02 ไร่ เพื่อเป็นที่ตั้งกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ 3 ศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และกองพันสารวัตรทหารเรือที่ 4 กรมสารวัตรทหารเรือ ภายในเขตพื้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ดังกล่าวพบว่ามีราษฎรเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่และสร้างที่พักอาศัย จึงจัดการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ

Advertisement

พล.ร.ต.ภุชงค์กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ร.ท.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ให้ประชุมทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุนเกี่ยวกับการที่กองทัพเรือได้รับอนุมัติจากกรมป่าไม้ให้กลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวในการจัดตั้งหน่วย เพื่อความมั่นคงของพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต

พล.ร.ต.ภุชงค์กล่าวว่า พื้นที่ที่เราขอจัดตั้งหน่วยในป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน จ.ภูเก็ต ต้องการประมาณ 500 ไร่ แต่พื้นที่ที่ได้รับมาประมาณ 3,700 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นข้อตกลงว่าจะต้องเข้าไปดูแลพิทักษ์รักษา แต่มีพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่ค่อนข้างเยอะ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของกองทัพเรือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่อ้างว่ามีการใช้ประโยชน์มีเอกสารครอบครองอย่างไร ถ้าได้มาโดยชอบธรรมก็ต้องคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน ส่วนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนก็ต้องหาทางช่วยเหลือ

“วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการ หลังจากกองทัพเรือได้รับอนุญาตให้เข้าไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 ถือว่าการประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการ เป็นไปตามขั้นตอนที่จะมีการหารือกันต้องมาดูปัญหาในพื้นที่ว่ามีอะไรบ้าง ได้เชิญผู้นำชุมชน รวมทั้งตัวแทนประชาชน และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมาสะท้อนปัญหาให้รับทราบ เพื่อรวบรวมปัญหาเสนอให้หน่วยเหนือรับทราบ และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบในการเข้าไปใช้พื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์โดยผ่อนปรนให้ไปเก็บผลอาสินได้จนกว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวจะเรียบร้อย” พล.ร.ต.ภุชงค์ระบุ

พล.ร.ต.ภุชงค์กล่าวอีกว่า และเพื่อความสบายใจของประชาชนที่จะยืนยันตัวตนการครอบครองในพื้นที่จะให้มีการจัดตั้งศูนย์รับข้อมูลข่าวสาร เบื้องต้นกำหนดไว้ที่หน่วยปฏิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง 591 จะได้รวบรวมเอกสารต่างๆ ใช้เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา

พล.ร.ต.ภุชงค์กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ค่อนข้างมาก ประมาณ 70% เป็นภารกิจที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ หากเขาได้สิทธิมาโดยชอบธรรมก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ นอกเหนือจากนั้นต้องใช้การเจรจาชี้แจงให้เห็นถึงความเป็นจริง ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เน้นย้ำว่าในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ขอให้เกิดผลกระทบต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด

“การดำเนินการของทัพเรือภาคที่ 3 จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ลักษณะสันติวิธี คือการเจรจาเป็นหลัก จะให้ออกมาในแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ ลดผลกระทบของประชาชน กองทัพเรือมุ่งเน้นว่าจะเป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ” พล.ร.ต.ภุชงค์กล่าว

จากนั้น พล.ร.ต.ภุชงค์ได้กล่าวชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนที่ยืนถือป้ายคัดค้านทหารเรือ สร้างความพอใจให้แก่ชาวบ้านต่างพากันปรบมือและยุติการชุมนุมเวลา 16.30 น. เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย