หน้าแรก การเมือง เฮ! ครม.เคาะง...

เฮ! ครม.เคาะงบกลางกว่าหมื่นล. ลดค่าไฟกลุ่มเปราะบาง-ผู้ใช้ไฟ 500 หน่วย ได้ส่วนลด 150 บาท

25.04.23 | 15:05 น.

เฮ! ครม.เคาะงบกลางกว่าหมื่นล้านลดค่าไฟกลุ่มเปราะบาง-ลดค่าไฟฟ้าให้ 150 บาท สำหรับผู้ใช้ไฟ 500 หน่วย ห่วงพรรคการเมืองหาเสียงลดเท่านั้นเท่านี้ วอนดูข้อเท็จจริง ‘ยัน’ รัฐช่วยอย่างเป็นธรรมทุกภาคส่วน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้ที่ประชุมมีเรื่องพิจารณาน้อย ซึ่งหากมีเรื่องการใช้งบประมาณจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในช่วงเลือกตั้ง ที่จะต้องใช้งบกลาง ซึ่งทุกคนอยากทราบว่ารัฐบาลดูแลเรื่องพลังงานช่วงนี้หรือเปล่า และดูแลมาอย่างไร ทั้งนี้ ที่ผ่านมาต้องย้อนกลับไปเรื่องการดูแลประชาชนอยู่ที่ 150 หน่วย อย่างไร 300 หน่วยอย่างไร และวันนี้เพิ่มเป็น 500 หน่วย 150 บาท ไปเพิ่มให้เขา ซึ่งความเป็นมาในเรื่องของพลังงานมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย ในส่วนพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน ก็อยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างทั้งสิ้น ไม่ได้ไปใช้จ่ายตรงนั้นมาบวกลบตรงนี้มันคนละเรื่องกัน เป็นการเตรียมการสู่อนาคตเดี๋ยวจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม รวมความไปถึงส่วนคณะกรรมการกำกับนโยบายพลังงานด้วย

“ขอให้ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เราพยายามจะทำให้ดีที่สุด ก็เป็นข้อกังวลเหมือนกันกรณีที่มีการไปหาเสียงต่างๆ ว่าจะลดลงเท่านั้นเท่านี้ ถ้ามาดูไส้ในแล้วจะรู้ว่ามีรายละเอียดมากมาย มีทั้งเหตุผลและความจำเป็น สิ่งสำคัญที่สุดเราพยายามที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางด้านรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ฉะนั้นที่มีการพูดถึงสิ่งที่เราอนุมัติไป 2 งวดทำให้เกิดภาระ ซึ่งจริงๆ แล้วยังไม่ได้สร้างเลย เป็นการอนุมัติไว้เฉยๆ และที่บอกว่าเกินไป 50-60 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่ตัวเลขนั้นหรอก ฉะนั้นต้องเข้าใจกัน อย่าไปหาเสียงทำให้เกิดความตื่นตระหนก หรือไม่เข้าใจ หรือทำให้การบริหารมันทำไม่ได้ รายละเอียดปลีกย่อยเดี๋ยวเขาจะมีการชี้แจงเพิ่มเติม เมื่อสักครู่ใน ครม.ได้คุยกันเป็นชั่วโมงก็เข้าใจกันดีในขั้นต้นและเห็นชอบในการที่จะอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้ 150 บาท ในส่วนการใช้ต่อ 500 หน่วยเพิ่มขึ้น ซึ่งวันนี้ค่าเฉลี่ยทั้งสองฝ่าย ทั้งด้านอุตสาหกรรมและประชาชนก็เท่ากัน เดิมเสียสละมาเป็น 5 บาทตอนนี้ก็ลดลงมา ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นภาระของภาคอุตสาหกรรม แต่เราก็ดูแลหมด การดูแลคนส่วนใหญ่มันลำบากเหมือนกัน แต่ละประเภทมีคนจำนวนเท่าไหร่ๆ ก็มุ่งเป้าตรงนี้ว่าจะแก้ปัญหาให้เขาอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องการช่วยเหลือค่าไฟใช้งบประมาณเท่าไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้คิดของเดิมที่ใช้จ่ายไปแล้วกว่าแสนล้านบาท วันนี้ใช้อีก 3,500 ล้านบาท ถ้าใช้ต่อไปอีก ทั้งหมดน่าจะใช้ประมาณกว่าหมื่นล้านบาท

เมื่อถามว่าจะดูแลประชาชนประมาณกี่เดือน และส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ผ่าน ครม.แล้วก็ต้องนำส่งให้ กกต.พิจารณา ซึ่งสถานการณ์ค่าพลังงานยังไม่แน่นอน ขึ้นๆ ลงๆ อยู่แบบนี้มาโดยตลอด ฉะนั้นต้องดูว่าจะทำอย่างไร ก็แก้ปัญหาไป แต่ปัญหาของเรางบประมาณจำกัดพอสมควรเหมือนกัน หนี้สินเก่าจากการลดนู่นนี่ให้เขาก็มีอยู่ เพราะเป็นการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจด้วย ขอยืนยันรัฐบาลจะให้ความเป็นธรรมทุกภาคส่วนที่มีการร่วมกันในการบริหารจัดการพลังงาน เพราะรัฐบาลไม่สามารถที่จะลงทุนทั้งหมดได้ เอกชนได้มาร่วมลงทุนด้วย แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย กติกาที่มีอยู่ทุกประการ สิ่งใดที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ซึ่งเป็นปัญหาทางกฎหมายได้ให้กระทรวงพลังงานส่งสัญญาต่างๆ ไปให้กรมอัยการได้พิจารณาดูแล้ว ในขณะนี้ได้รับรายงานอย่างนั้น ว่าเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมเพราะหลายสัญญาทำมานานพอสมควร

Advertisement

เมื่อถามย้ำว่าระยะเวลาในการดูแลประมาณกี่เดือน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หน้าร้อนเดือนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้คือหน้าร้อนอยู่ อากาศร้อนคนก็มีโอกาสใช้พลังงานสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปเร่งความเย็น เป็นการเพิ่มการใช้พลังงานมากขึ้นกว่าปกติ 2-3 เท่า หลายคนคิดว่าเปิดแอร์เหมือนเดิมแต่การเร่งแอร์ให้เย็นขึ้นก็เป็นการเพิ่มการใช้พลังงาน 2-3 เท่า คงต้องฟังเหตุผลบ้าง ฉะนั้นการที่จะนำบิลค่าเก็บเงินมาดูอย่าเปรียบเทียบเฉพาะทางขวามือที่เป็นราคาค่าไฟฟ้าประจำเดือน กรุณาเสนอให้ครบทั้งซ้ายและขวา ซึ่งทางซ้ายคือจำนวนหน่วยพลังงานที่ใช้ และเดือนที่แล้วกับเดือนนี้มันต่างกันอย่างไร ตรงนั้นคือประเด็นสำคัญ ไม่เช่นนั้นจะเข้าใจกันผิดทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับกลุ่มเปราะบางยืนยันต้องดูแล เพราะมีหลายสิบล้านคนอยู่ตรงนี้ ซึ่งเราต้องระมัดระวังการใช้งบประมาณให้พอเพียง มุ่งเป้าไปตรงไหนอะไรอย่างไร และรัฐก็ต้องดูแลกลุ่มเปราะบางให้มากที่สุด มีอะไรจะถามไหมเรื่องพลังงานตนว่าพอแล้วมันปวดหัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นมาตรการต่อเนื่องของกระทรวงพลังงาน โดยมีแนวทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือนโดยให้ส่วนลดแบบขั้นบันไดแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 (จำนวน 4 เดือน) โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราส่วนลดเดียวกันกับช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2566 โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับการช่วยเหลือรวมทั้งสิ้นประมาณ 18.36 ล้านราย ใช้งบประมาณรวมในกรอบไม่เกิน 7,602 ล้านบาทสำหรับงวดเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนสิงหาคม 2566 จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนมกราคม-เดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยมีแนวทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเปราะบางประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือนโดยให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยในพื้นที่บริการของ กฟน.และ กฟภ. รวมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของ กฟผ.และผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการการสัมปทานกองทัพเรือเป็นเวลาสี่เดือนตั้งแต่ค่าไฟฟ้า จำเดือนมกราคม-เมษายน 2566 โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 1-150 หน่วยต่อเดือนให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วยผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 151-300 หน่วยต่อเดือนให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 97.04 สตางค์ต่อหน่วย

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า มาตรการดังกล่าวช่วยเหลือประชาชนระยะเร่งด่วน กำหนดส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ในรอบบิลเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นเดือนที่มีสถิติความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ และจะเริ่มลดลงในเดือนมิถุนายน เพื่อเป็นการลดภาระของประชาชน ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดจำนวน 150 บาทต่อราย จำนวน 23.40 ล้านราย โดยใช้งบประมาณรวมในกรอบไม่เกิน 3,510 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

ขณะที่กลุ่มเปราะบาง ครม. มีมาตรการต่อเนื่อง สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566 (4 เดือน) ดังนี้

1. ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 1-150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีผลต่างค่าไฟฟ้า ตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่า Ft) เรียกเก็บและส่วนลด 1.39 สตางค์ต่อหน่วย

2. ผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 151-300 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 67.04 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีผลต่างค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่า Ft) เรียกเก็บและส่วนลด 26.39 สตางค์ต่อหน่วย