ดร.หญิง ตอบนิวเจนปม ‘แก้ขัดแย้ง’ ให้คำมั่น ‘สมรสเท่าเทียม’ ทำทันที ลบเพศสภาพ เหลือแค่บุคคล
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ “เดลินิวส์” ร่วมกับ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ จัดเวทีประชันนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่ “New Voter กับอนาคตที่กำหนดได้”
เวลา 14.10 น. เข้าสู่รอบที่ 1 “ตอบคำถามจากการจับสลาก” โดยตัวแทนทั้ง 9 พรรคการเมืองสุ่มจับสลาก เพื่อตอบคำถามที่รวบรวมจากคนรุ่นใหม่ ท่านละ 4 นาที จากนั้นเลือกตัวแทนพรรคการเมืองอื่น ประชันคำตอบจากคำถามเดียวกัน 2 นาที
ในตอนหนึ่ง ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ หรือ ดร.หญิง รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย ตอบคำถามกรณีที่ถามว่า “ท่านจะก้าวข้ามความขัดแย้งอย่างไร ในเมื่อพรรคที่จะไปบริหารประเทศ ยังขัดแย้งกันเอง” ว่าขอเสนอทางแก้ไข คือ ควรจะพิจารณา 1.ให้ความจริงได้ถูกเปิดเผย ทั้งประวัติศาสตร์การเมือง สังคม ข้อมูลที่นำเสนอครบถ้วนรอบด้านหรือไม่ ไม่ว่าทางการสูญเสียของเหยื่อ การกระทำความรุนแรงของรัฐ เพื่อใช้เป็นหลักการและเหตุผลในการตัดสินใจ 2.รัฐต้องสร้างให้เกิดนิติธรรม ที่เป็นธรรมกับทุกคน ไม่ใช่ให้ผู้มีอำนาจ ดังนั้น ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

3.ไม่ว่าจะเชื่ออย่างไร เราต้องมีการเปิดใจ เห็นต่างยอมรับกันได้ แต่ต้องถกเถียงบนหลักการ เหตุผลและข้อเท็จจริง ทะเลาะกันได้ แต่อย่าเกลียดชัง จะทำให้เราก้าวข้ามความขัดแย้งอย่างมีวิจารณญาณ
จากนั้น ดร.ลิณธิภรณ์ จับได้คำถามที่ว่า สนับสนุนสมรสเท่าเทียมหรือไม่ และกฎหมายนี้ควรไปไกลถึงไหน? โดย ดร.ลิณธิภรณ์ ตอบว่า สำหรับสมรสเท่าเทียมของพรรคเพื่อไทย พูดได้เต็มปาก 100 เปอร์เซ็นต์ ผลักดันเต็มที่และไม่มีแตะเบรก การแก้ไข พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายเพิ่มเติม จริงๆ แล้วพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ผลักดันเข้าสภาต่อในวาระที่ 3 เพื่อออกมาเป็นกฎหมาย แต่ด้วยการยุบสภา และข้อถกเถียงมากมาย จึงยังไม่ผ่านสภา
ดังนั้น เพื่อไทยทำแน่นอน จะนำ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมกลับเข้าสู่สภาทันที หากได้เข้าไปเป็นรัฐบาล เพศสภาพต้องหายไป มองคนเท่ากันในฐานะบุคคล
“คุณจะได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายอย่างไม่แตกต่าง ไม่ว่าจะมีเพศสภาพใด เราไม่สนับสนุน พ.ร.บ.คู่ชีวิต เพราะยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ครอบคลุม หากผลักดันได้สำเร็จ ไทยจะเป็นประเทศแรกที่มี พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ต่อให้เป็น LGBTQ ก็ต้องมีสิทธิลาเลี้ยงลูกได้ เช่นเดียวกับผู้หญิงที่มีบุตร เพราะเรามองว่ารัฐที่ดีต้องโอบรับความแตกต่างหลากหลาย ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศสภาพใด” ดร.ลิณธิภรณ์กล่าว


