‘นอท’ ประกาศ อยากลุยกระทรวงดิจิทัล ชูแคมเปญ ‘เลิกตอ…แล้วพูดความจริง’
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ “เดลินิวส์” ร่วมกับ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ จัดเวทีประชันนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่ “New Voter กับอนาคตที่กำหนดได้”
บรรยากาศเวลา 13.50 น. ผู้บริหารเดลินิวส์ นำโดย นายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นำโดย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกล่าวเปิดงาน
จากนั้นแนะนำผู้สมัครจาก 9 พรรคการเมืองที่มาร่วมประชันนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่ โดยเมื่อ เวลา 14.10 น. เข้าสู่รอบที่ 1 “ตอบคำถามจากการจับสลาก” โดยตัวแทนทั้ง 9 พรรคการเมืองสุ่มจับสลาก เพื่อตอบคำถามที่รวบรวมจากคนรุ่นใหม่ ท่านละ 4 นาที จากนั้นเลือกตัวแทนพรรคการเมืองอื่น ประชันคำตอบจากคำถามเดียวกัน 2 นาที
ในตอนหนึ่ง นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน ตอบคำถามจากนักศึกษา กับคำถาม ‘ท่านมีนโยบายอย่างไรที่จะทำให้ภาคธุรกิจไม่สามารถผูกขาดกับกิจการขนาดใหญ่ได้อีกต่อไป อย่างไร เพื่อที่จะให้ธุรกิจขนาดย่อมหรือ SME ได้อยู่ต่อไป’
นายพันธ์ธวัช เผยว่า ตนก็เป็นนักธุรกิจ สิ่งที่เจอมาคือไม่มีโอกาสแข่งขันกับทุนผูกขาด เพราะไม่มีทุน เข้าถึงทุนไม่ได้ ตอนนี้รู้สึกว่า SME จะมีแค่ 30 ล้านบาท ตนคิดว่าควรขยับไปจนถึงจุดที่ 100 ล้านบาท แล้วค่อยเป็น Corporate ขนาดใหญ่
“วิธีการที่เราจะทำให้แข่งขันกับทุนผูกขาดขนาดใหญ่ได้คือ สนับสนุนการแข่งขัน เทคโนโลยี และสิ่งต่างๆ ที่ SME ไม่เคยมี ยกตัวอย่างเช่น เงินทุน เทคโนโลยี คน ตอนนี้ทุกอย่างมันไปกระจุกตัวอยู่ที่บริษัทขนาดใหญ่ทั้งหมด เขาอยู่ในตลาดหุ้น เสียภาษีน้อยมาก แต่ SME เสียภาษี 30%” นายพันธ์ธวัช กล่าว
นอกจากนั้น นายพันธ์ธวัช ยังกล่าวอีกว่า ยกตัวอย่างจากภาคออนไลน์ จะพูดได้ไหมว่าต่างชาติคือทุนผูกขาดขนาดใหญ่ ได้รับเงินทุนมาจากต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ จีน เข้ามาทุ่มตลาดไทย โดยที่เข้ามาเฉพาะแพลตฟอร์ม เสร็จแล้วก็ใช้คนไทยทำงาน ใช้ไรเดอร์ขับรถ ใช้แม่ค้าทำอาหาร เสร็จแล้วก็ใช้เงินคนไทยในการจ่ายค่าบริการทั้งหมด พร้อมหักหัวคิว
ทำไมผู้ประกอบการคนไทยที่ทำแพลตฟอร์ม ไม่มีโอกาสแข่งขันกับชาวต่างชาติเหล่านี้ เป็นไปได้ไหมที่เราจะทำให้มี โอกาสได้แข่งขันกับทุนต่างชาติ เช่น เราเก็บ VAT ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยแบบเป็นแพลตฟอร์มที่เข้ามา เก็บไปเลย 10% แต่คนไทยเก็บ 7% เสร็จแล้วเอา 3% ที่ได้มาตั้งกองทุนวีซี ให้คนไทยที่ทำแพลตฟอร์มสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้
“ตอนนี้สิ่งที่เกิดคือคนไทยเวลาที่ทำธุรกิจ เราโดนภาษี ต่างชาติก็โดนภาษีเท่ากัน แต่เค้ามีทุนที่ถูกกว่า นอกจากนี้คนขายของออนไลน์ไทย สุดท้ายโดนภาษีย้อนหลัง ทำให้หมดตัว VAT +1.5 คือสิ่งที่ผมอยากทำ เราจะทำยังไงให้คนไทยมีโอกาสแข่งกับทุนต่างชาติที่เข้ามากอบโกยได้” นายพันธ์ธวัชตอบ
สำหรับช่วงสุดท้าย นายพันธ์ธวัช นำเสนอนโยบายว่า กองสลากพลัส แพลตฟอร์มลอตเตอรี่ออนไลน์แพลตฟอร์มแรกในประเทศไทย โดนรัฐรังแกมา 1 ปีเต็ม หน่วยงานรัฐไม่สนับสนุนเราเลย ทั้งๆ ที่ทำถูกกฎหมาย กว่าจะปิดเราได้ เขาต้องใช้เวลา 1 ปี จึงเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรดี
“ถ้าเกิดในอนาคตลูกผมเติบโตมา มีไอเดีย มีความสามารถแบบผม เกิดคิดอะไรใหม่ขึ้นมาในประเทศนี้ แล้วโดนหน่วยงานรัฐรังแกอีก ลูกผมจะใช้ชีวิตได้ยังไง นั่นทำให้ผมตัดสินใจลุกขึ้นมาทำงานการเมือง ตอนผมโดนรังแก ผมพูดไม่มีใครฟัง ผมจะเข้าไปเป็นปากเป็นเสียง เข้าไปรับฟัง เข้าไปช่วยเหลือเด็กๆ ไม่ให้เติบโตมาโดนรังแกแบบผม” นายพันธ์ธวัชกล่าว

นายพันธ์ธวัช เสริมอีกว่า อย่างแคมเปญล่าสุดของเรา คือ ‘เลิกตอแหลแล้วพูดความจริง’ ลอตเตอรี่ โสเภณี บ่อน ทั้งสามอย่างมีอยู่ในประเทศนี้ แต่ไม่มีใครพูดถึง เมื่อไม่มีใครพูดถึง ก็ทำให้เกิดส่วย คอร์รัปชั่น เกิดการโกงขึ้น เมื่อมันมีส่วยประเทศชาติมันไปไม่ได้
“ผมอยากเข้าไปพูดความจริง และอยากเข้าไปทำให้กระทรวงดิจิทัล พัฒนาเศรษฐกิจจริงๆ สักที อยากให้ดิจิทัลเป็นทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก ทุกคนอยากลองอยากทำอะไรใหม่ แต่ปัญหาคือเราไม่มีโอกาส ไม่มีเงินทุน พรรคเปลี่ยนเข้าใจเรื่องนี้ดี เข้าใจเรื่องดิจิทัล ใครจะเข้าใจการตลาดออนไลน์ได้ดีเท่าผม ผมพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าผมทำอะไรมาบ้าง เพราะฉะนั้นนโยบายทั้งหมดของเรามีนโยบายเพื่อเด็กรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมด้วยดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลต้องพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไม่ใช่เอาไว้บล็อกคนเห็นต่าง” นายพันธ์ธวัช กล่าว


