หน้าแรก การเมือง อรรถวิชช์ ไขป...

อรรถวิชช์ ไขปมค่าไฟแพง จากยุคยิ่งลักษณ์ ถึงรบ.ประยุทธ์ ลั่นต้องสู้ ‘ทานอส’ ตัวจริง

26.04.23 | 22:26 น.

อรรถวิชช์ ไขปมค่าไฟแพง จากยุคยิ่งลักษณ์ ถึงรบ.ประยุทธ์ ลั่นต้องสู้ ‘ทานอส’ ตัวจริง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 เมษายน ที่ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ “เดลินิวส์” จัดเวทีประชันนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่ “New Voter กับอนาคตที่กำหนดได้”

บรรยากาศเวลา 13.50 น. ผู้บริหารเดลินิวส์ นำโดย นายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นำโดย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกล่าวเปิดงาน

จากนั้นแนะนำผู้สมัครจาก 9 พรรคการเมืองที่มาร่วมประชันนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่

ในช่วงการตอบคำถามจากนักศึกษา กับความถามที่ว่า “ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะมีนโยบายแก้ปัญหาเกี่ยวกับค่าไฟอย่างไร”

Advertisement

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เผยว่า ประเทศปกติสำรองไฟฟ้าอยู่ที่ 15% แต่ประเทศไทยสำรองไปเกือบ 60% เหตุผลเดียวคือ “กลัวนายทุน” นับตั้งแต่สมัยรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการเซ็นซื้อไฟฟ้าอยู่ที่ 5,000 เมกกะวัตต์ ซึ่งถือว่าเกิน แต่รัฐบาลของประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจเซ็นเพิ่ม ส่งผลให้ประชาชนเสียค่าไฟฟ้าแพงกว่าความเป็นจริง

นายอรรถวิชช์ อธิบายเพิ่มว่า สิ่งที่จำเป็นต้องทำในการลดค่าไฟฟ้าคือการจัดตั้งกองทุน ‘Solar Rooftop’

“ติดสองแสนกว่าบาท ผ่อนจากค่าไฟที่ลดลง หากค่าไฟ 3,000 บาทก็เอาราคาที่ลดลงมาเป็นตัวผ่อน ดอกเบี้ย 0% พูดง่าย ๆ จะทำให้ภาคประชาชนสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าขึ้นได้เอง”

ต่อมา นายอรรถวิชช์กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากจัดตั้งกองทุน Solar Rooftop แล้ว คือสัดส่วนภาคประชาชนจะมากขึ้น และความยั่งยืนจากพลังงานจะเกิดขึ้น เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์มีราคาถูก

“ในขณะนี้สามารถลดค่าไฟได้แต่ไม่ลด ราคาแก๊สในอ่าวไทยลงมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามลำดับ การสั่งแก๊สอัดเหลวนำเข้าก็น้อยลง แต่มันไม่ลดให้เรา ล่าสุดพยายามจะดิ้นรนไปเอางบประมาณประเทศไทยเอามาจ่ายอีกหมื่นกว่าล้าน มันก็ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้าง เงินมันไปลงกระเป๋านายทุนอยู่ดี”

นอกจากนี้ยังกล่าวต่อว่า การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือทุนของพลังงาน

“เราต้องสู้ ตัวนี้แหละทานอสตัวจริง ดีดเงินไปพรรคไหนก็แล้วแต่ พรรคนั้นจะได้เป็นรัฐบาล เลือกตั้งคราวนี้ตัดสินใจนะครับ กาสิ่งที่เชื่อ ทำสิ่งที่เชื่อครับ” นายอรรถวิชช์กล่าว

สำหรับช่วงสุดท้าย นายอรรถวิชช์ นำเสนอนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า โดยเผยว่าชาติพัฒนากล้าเป็นพรรคการเมืองใหม่ ตั้งแต่แรกเริ่มมีความต้องการให้เป็นพรรคเศรษฐกิจ ซึ่งในวันนี้ตนเดินมาเป็นชาติพัฒนากล้าที่เชื่อในเรื่องของเสรีนิยม ประชาธิปไตย และการแข่งขัน นโยบายของพรรคจะแตกต่างจากพรรคอื่น เนื่องจากจะไม่มีการ ‘แจกเงิน’ แต่จะเป็นพรรคการเมืองที่สร้าง ‘โอกาส’ ให้แก่ประชาชน นายอรรถวิชช์ระบุว่า 20 ปีผ่านมา ประเทศไทยติดอยู่กับบ่วงของการแจกมาเสมอ ตนเชื่อว่าโอกาสนิยมต่างหากคือปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

นายอรรถวิชช์ เผยนโยบายสร้างโอกาสของพรรคโดยเริ่มจากการยกเลิกระบบแบล็คลิสต์ และเปลี่ยนมาเป็นคะแนน เพื่อสร้างเครดิตให้แก่คนรุ่นใหม่ที่ต้องการนำเงินไปประกอบธุรกิจ โดยไม่จำเป็นต้องนำดอกเบี้ยบัตรเครดิตมาหมุน ต่อมาเด็กจบใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานครั้งแรก หากเงินเดือนน้อยกว่า 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย