ทสท.พร้อมแก้ขนส่งสาธารณะแพงหูฉี่ นั่งแท็กซี่ 4 คนถูกกว่าขึ้นรถไฟฟ้า-ให้กู้ด่วน 5พันถึง5หมื่น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 เมษายน ที่ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ “เดลินิวส์” จัดเวทีประชันนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่ “New Voter กับอนาคตที่กำหนดได้”
บรรยากาศเวลา 13.50 น. ผู้บริหารเดลินิวส์ นำโดย นายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นำโดย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกล่าวเปิดงาน
จากนั้นแนะนำผู้สมัครจาก 9 พรรคการเมืองที่มาร่วมประชันนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่
ในตอนหนึ่งนายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน คณะทำงานด้านนโยบายและแผน พรรคไทยสร้างไทย ตอบคำถามจากนักศึกษาที่ว่า “ถ้าได้จัดตั้งรัฐบาลจะจัดการกับเรื่องกัญชาอย่างไรบ้าง”
นายเทพฤทธิ์กล่าวว่า กัญชามีประโยชน์ในแง่การแพทย์ แต่กลับไม่มีการจำกัดขอบเขตในการเข้าถึง เป็นผลให้กัญชากลับก่อให้เกิดภัยมากกว่าประโยชน์ ซึ่งในประเด็นนี้ ประการแรกควรจำกัดการเข้าถึงในการใช้กัญชา ประการที่สอง จัดพื้นที่ให้แก่กัญชาในการเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการบำบัด แต่ต้องมีการจำกัดขอบเขตเช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันไม่มีการสร้างขอบเขตส่งผลให้เด็ก และเยาวชนเข้าถึงกัญชาได้ง่าย โดยขาดความรู้ และความเข้าใจ
“ประชาชนไม่เข้าใจจึงก่อให้เกิดภัยมากกว่าประโยชน์ จึงจำเป็นต้องแก้ไขเรื่องนี้ พรรคไทยสร้างไทยจะจัดการเรื่องนี้ให้” นายเทพฤทธิ์กล่าว
นายเทพฤทธิ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันผู้คนมองว่ากัญชาคือพืชทางเศรษฐกิจ ซึ่งจุดนี้ตนมองว่าประเทศไทยมีสมุนไพรที่มีประโยชน์อีกมากมายที่ต้องได้รับการส่งเสริม และสนับสนุนเพิ่ม โดยกัญชานั้น หากมองในแง่ของประโยชน์ มีมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์ หรือในส่วนของก้าน ราก ที่สามารถนำไปผลิตเป็นพลังงาน สร้างไฟเบอร์ และนำไปเป็นองค์ประกอบในการผลิตรถยนต์ได้เช่นกัน แต่เพราะโครงสร้างกฏหมายของประเทศ ทำให้ไม่สามารถเติบโตได้ ต้องแก้ในเชิงกฏหมายก่อน และค่อยแก้ในเชิงธุรกิจของกัญชา
สำหรับช่วงสุดท้าย นายเทพฤทธิ์กล่าวถึงนโยบายของพรรคไทยสร้างไทยโดยเผยว่า พรรคมีนโยบายสำคัญที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ค่าจ้างรายวันทั้วไปเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นการยกระดับชีวิตให้มีชีวิตที่ดี และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยประการแรกในเรื่องการปรับลดค่าไฟให้ถูกลง ต่อมา เรื่องของค่าเดินทางก็ต้องถูกลงเช่นเดียวกัน
“ในประเทศที่ค่าครองชีพสวนทางกับรายได้ ประกอบกับขนส่งสาธารณะมีราคาแพงหูฉี่ บางครั้งนั่งแท็กซี่ 4 คนยังถูกกว่าขึ้นรถไฟฟ้าครั้งเดียว และนโยบาย 30 บาทพลัสที่พรรคจะทำให้มีความทันสมัยเพิ่มมากขึ้น โดยประชาชนสามารถดำเนินการผ่านทางโทรศัพท์ได้
เรายังมีนโยบายเกี่ยวกับเรียนฟรีจนถึงปริญญาตรี พร้อมปรับเปลี่ยนเวลาเรียนให้ลดลง, แก้ปัญหาจบมาไม่มีงานทำ หรือไม่สามารถนำความรู้ที่เรียนมาใช้ในการทำงานได้ นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือในเรื่องเงินทุนสำรองที่หากประสบอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์จำเป็นที่ต้องใช้เงินด่วนสามารถกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
หากเจออุบัติเหตุ และไม่มีเงินสำรอง ต้องใช้เงินด่วนต้องไปกู้ พรรคของเราทำเครดิตประชาชน 5,000 – 50,000 บาท วันนี้ถือบัตรอยู่ต้องการใช้เงินด่วน 1 เปอร์เซ็นต์/เดือน” นายเทพฤทธิ์กล่าว

