หน้าแรก การเมือง เด็กก้าวไกล แ...

เด็กก้าวไกล แนะ กกต. เร่งปรับปรุงการทำหน้าที่ อย่าวัวหายแล้วล้อมคอก ซ้ำรอยปี’62

27.04.23 | 17:55 น.

“สิริน ก้าวไกล” ซัด กกต.อย่าทำวัวหายแล้วล้อมคอก แนะปรับปรุงการทำหน้าที่ช่วงโค้งสุดท้าย หวั่นซ้ำรอยเลือกตั้ง 62

เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายสิริน สงวนสิน ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 31 ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน (ยกเว้นแขวงบางเชือกหนัง) พรรคก้าวไกล แสดงความกังวลถึงการทำงานที่ผิดพลาดของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งยิ่งมีการร้องเรียนเรื่องความผิดพลาดในการจัดทำเอกสารของ กกต.มากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดพบว่า มีการพิมพ์เอกสารรายชื่อพรรคการเมือง ภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง และหมายเลขบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ตามแบบ ส.ส.4/23 ที่เป็นภาพขาวดำ และในส่วนที่เป็นเครื่องหมายของพรรคก้าวไกลมีความซีดจางจนไม่สามารถมองเห็นได้เมื่อเทียบกับเครื่องหมายของพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งตามระเบียบของ กกต.นั้น ต้องมีการติดประกาศเป็นภาพ 4 สี ที่มีความชัดเจน และมีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์

แม้ล่าสุด กกต.จะออกมาชี้แจ้งว่า มีการเปลี่ยนเป็นเอกสารสีทั้งหมดแล้ว และอ้างว่าเอกสารที่เป็นข่าวนั้นเป็นการพิมพ์ออกมาชั่วคราวระหว่างรอแบบพิมพ์สี รวมถึงมีเครื่องมือที่ไม่เอื้ออำนวยในการพิมพ์เอกสารสี ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่รับฟังไม่ขึ้น เพราะ กกต.ได้รับการจัดสรรงบประมาณ และมีหน้าที่โดยตรงในการจัดการเลือกตั้งที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้ามาเป็นอย่างดีแล้ว การอ้างว่าพิมพ์เอกสารขาวดำเพื่อใช้ชั่วคราวระหว่างรอพิมพ์เอกสารสารสีตามที่ระเบียบ กกต.กำหนดไว้ จึงเป็นเรื่องความซ้ำซ้อน ไร้ประสิทธิภาพ และสิ้นเปลืองทรัพยากรของรัฐโดยใช่เหตุ รวมทั้งยังสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับประชาชนถึงวิธีปฏิบัติที่ไม่มีมาตรฐาน

นายสิรินกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในพื้นที่อื่นๆ ยังพบการพิมพ์เอกสารเป็นภาพขาวดำ และมีการจัดทำข้อมูลผู้สมัครระบบแบ่งเขตที่ไม่ถูกต้อง เช่น ชื่อพรรคกับภาพผู้สมัครถูกจัดวางแยกออกจากกันในตำแหน่งที่อาจทำให้เข้าใจผิด เป็นเหตุให้ประชาชนสับสนจนกาหมายเลขผู้สมัครผิดคนได้ รวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศที่มีการสลับภาพผู้สมัคร และการตั้งข้อสังเกตถึงซองพัสดุที่บรรจุบัตรเลือกตั้งอาจง่ายต่อการทุจริตและสลับสับเปลี่ยนเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อคนบางกลุ่มได้ ความผิดพลาดที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านอำนาจ องค์กรกลางอย่าง กกต.ควรมีความเป็นมืออาชีพ และมีความน่าเชื่อถือในการทำงานมากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาเรื่องการทุจริตในกระบวนการเลือกตั้ง และเกิดคำถามเรื่องประสิทธิภาพของ กกต.ที่มีหน้าที่สำคัญเพียงอย่างเดียวคือการจัดการเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถทำออกมาให้ดีได้เท่ากับงบประมาณที่ประเทศต้องเสียไป

“กกต.มีเวลาเตรียมตัวมากกว่า 4 ปีในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ และมีบทเรียนสำคัญอย่างการเลือกตั้งในปี 2562 แทนที่การเลือกตั้งปี 2566 จะมีความราบรื่น แต่กลับเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดที่ไม่น่าเชื่อว่าองค์กรระดับประเทศที่มีหน้าที่โดยตรงจะผิดพลาดในเรื่องสำคัญแบบนี้ได้ การทำวัวหายแล้วล้อมคอกเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเกิดขึ้นเพราะเสมือนเป็นการรอให้เกิดความเสียหายก่อนค่อยออกมาแก้ไข กกต.ต้องพิจารณาตัวเองว่า งบประมาณแผ่นดินที่จ่ายไปเพื่อเป็นเงินเดือน เป็นสวัสดิการ และเป็นค่าจัดการเลือกตั้งนั้น คุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับประชาชนมากน้อยเพียงใด หวังว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่เหลืออยู่ประมาณสองอาทิตย์ กกต.จะกลับมาทำหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดข้อครหาซ้ำรอยกับการจัดเลือกตั้งในปี 2562 อีก” นายสิรินกล่าว

Advertisement