วันเลือกตั้งใกล้เข้ามาทุกขณะ วันที่ 14 พฤษภาคมเป็นวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนผู้มีสิทธิจะเข้าคูหาไปกาบัตรเลือกตั้งซึ่งมี 2 ใบ ใบหนึ่งให้เลือก ส.ส.ระบบเขต อีกใบหนึ่งให้เลือก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนประชาชนจะเลือกใครนั้น ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละพรรคการเมืองหรือผู้สมัครของพรรคการเมืองใดที่สามารถทำให้ประชาชนศรัทธาและตัดสินใจว่าจะมอบสิทธิของตัวเองไปให้เขาและพรรคการเมืองนั้นเป็นตัวแทนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร
พรรคการเมืองและผู้สมัคร ส.ส.ได้ใช้เวลาก่อนการเลือกตั้งในการหาเสียง โดยแต่ละพรรคนำเสนอนโยบายหลากหลาย และในขณะนี้นโยบายของแต่ละพรรคได้กระจายไปสู่ประชาชน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าประชาชนให้ความเชื่อหรือไม่ว่านโยบายเหล่านั้นเมื่ออยู่ในมือของพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.คนใดแล้วจะผลักดันให้เป็นรูปธรรมได้
ความเชื่อมั่นว่าพรรคการเมืองใดจะสามารถผลักดันนโยบายที่ให้คำมั่นสัญญาประชาชนไว้จะทำสำเร็จหรือไม่ จึงกลายเป็นประเด็นตอกย้ำของแต่ละพรรคการเมืองในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรคนำแถลงข่าวยืนยันว่าทำได้จริง หรือพรรคเพื่อไทยที่แคนดิเดตนายกฯของพรรคอย่างนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกมาตอกย้ำว่าทำได้แน่ รวมทั้งพรรคก้าวไกล ที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ได้เปิดโรดแมป 100 วันแรกหากพรรคก้าวไกลได้จัดตั้งรัฐบาลว่าจะทำอะไรบ้าง
โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจึงเป็นการเรียกศรัทธาจากประชาชน โดยมีกลุ่มพรรคการเมืองที่จำแนกออกเป็นพรรคใหม่ที่ยังไม่เคยแสดงฝีมือจึงไม่รู้ว่าหากเข้าไปบริหารประเทศแล้วจะทำตามคำสัญญาหรือไม่หรือพรรคเดิมที่เคยทำตามสัญญามาแล้ว หรือพรรคเดิมที่ไม่เคยทำตามสัญญาได้ ทุกอย่างปรากฏจากผลงานที่ทำมา ซึ่งแม้ว่าชัยชนะจากการเลือกตั้งหลายครั้งจะไม่ได้มีบทสรุปจากผลสำเร็จของการทำงานเสมอไปเพราะการเมืองมักมีปัจจัยแทรกแซงอื่นๆ แต่สุดท้ายแล้วทุกการเลือกตั้งประชาชนจะให้ความสำคัญต่อโอกาสการที่พรรคการเมืองนั้นทำสำเร็จหรือเข้าไปบริหารประเทศ ซึ่งสิ่งที่ยืนยันความสำเร็จได้เป็นอย่างดีที่สุด หนีไม่พ้นผลงานที่เคยทำมา

